| ชื่อพระเครื่อง |
100 รูปหล่อพ่อแก่ตาวัว พระฤาษีนนทิเกศวร ไม่ทราบที่ เนื้อโลหะผสม ก้นตะไบหล่อช่อ |
| รายละเอียด |
#ประวัติพ่อแก่ตาวัว หรือ (ฤาษีนนทิเกศวร)
ประวัติ ฤาษีนนทิเกศวรหรือวาลมีกิ,หน้าวัว,ตาวัวและวัชรมฤค เดิมที่เป็นพระสงฆ์ตาบอดอยู่เมืองศรีเทพ (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดลพบุรี) แต่ชอบเล่นแร่แปรธาตุท่านพยายามหาตำราสูตรต่างๆมาและตำราที่สร้างสรรค์ขึ้น เองเพื่อต้องการสิ่งที่วิเศษ จนท่านสามารถสำเร็จวิชาปรอทคือสามารถทำให้ปรอทแข็งตัวได้ท่านดีใจมาก จนวันหนึ่งท่านทำปรอทตกลงที่ถ่ายมูลท่านหายังไงก็หาไม่เจอให้ลูกศิษย์หาก็ กลัวมันรู้ จึงปิดปากเงียบจนลูกศิษย์ได้ไปเห็นแสงสีเขียวประหลาดเข้า จึงวิ่งแจ้นไปบอกท่านดีใจมากจึงรีบไปบอกให้ลูกศิษย์หยิบขึ้นมา
เลอะช่างมันเดี้ยวล้างได้ และก็เก็บใส่โถน้ำผึ้งไว้ ต่อมาท่านก็ขุ่นคิดว่า เออ เราก็มีของวิเศษอยู่ แล้วทำไมจีง
ไม่ ลองรักษาโรคตาบอดซะเลยละ ท่านจึงใช้ให้ลูกศิษย์ไปหาศพคนที่เพิ่งตายใหม่ๆและให้ควักลูกตามา เจ้าลูกศิษย์หาเท่าไรก็หาไม่เจอ จนไปเจอศพลูกวัวที่เพิ่งตายใหม่ๆเข้าจึงควักลูกตากลับมาให้ท่านแทน
ต่อมาท่านจึงควักลูกตาที่เสียออกแล้วใส่ลูกตาวัวแทนหร้อมใช้ปรอทวิเศษของท่านคลึงที่ดวงตาไปมาผลปรากฏว่าเกิดอภินิหารขึ้น
ตาของท่านที่บอดกลับมองเห็นอีกครั้ง ท่านจึงดีใจมากแต่ซักพักท่านก็ต้องตกใจ เมื่อมองหน้าที่กระจกใบหน้าจากคนก็กลายเป็นหน้าวัว
ฝ่ายลูกศิษย์ท่านต้องขอโทษท่านเป็นอย่างมาก แต่ท่านก็ให้อภัยและก็คิดว่า...
เฮ่อ ต้องลาเพศจากการเป็นสงฆ์แล้วสิเรา เพราะกฏห้ามสัตว์เดียรฉานบวชเป็นพระ ท่านจึกสึกจากการเป็นพระมาบวชฤาษีแทน จึงมีชื่อว่า พระฤาษีตาวัวหรือหน้าวัว เข้าป่าสร้างอาศรม บำเพ็ญตบะ
และคิดค้นสร้างสรรค์แสวงหาตำราเล่นแร่ แปรธาตุใหม่ๆ จนพบกลุ่ม 10 ฤาษี โดยมี ฤาษีพิลาไลย ฤาษีตาไฟ เป็นใหญ่ จึงของอาศัยอยู่ด้วยๆจาก10เป็น11ด้วยท่านเคยเป็นพระจึงมีตบะ เหนือฤาษีองค์อื่น และมีความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุทั้งเชิงตำราเชิงคิดสร้างสรรค์เอง ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นหมอหรือนักเคมี จะบูชาพระฤาษีตาวัวหรือหน้าวัวกันไม่น้อย ท่านจัดว่าเป็นฤาษีของไทยทีมีชื่อเสียงมากที่สุดในสยาม
ฤาษี ตาวัว หรืออีกชื่อหนึ่งคือฤาษีหน้าวัว พระนามที่จริงคือ พระนนทิ (พระ-นน-ทิ) นั่นเอง เป็นฤาษีในชั้นเทพ เป็นบริวารองค์สำคัญและยังเป็นพระราชพาหนะของ (องค์พระสดาศิวะมหาเทพ) เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดนตรี การร้อง ฟ้อน รำ เต้น มีศิลปะในการพูดจา เจรจาได้น่าฟังเป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยกย่อง อีกทั้งเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น มีเสน่ห์ ดึงดูดใจเพศหญิงเป็นอย่างดีในภาคนี้มีรูปร่างเป็นมนุษย์ นุ่งห่มหนังเสือดาวสีเหลือง ศีรษะ เป็นวัวหนุ่ม สีขาว สวมประคำหินสีดำ
สำหรับ พระองค์นี้ก็เป็นเทวดาที่รูปหล่อ แต่มีความสำคัญในวงการศิลปินเกี่ยวข้องกับการเป็นครูบาอาจารย์ เช่นเดียวกับพระฤษีที่มวลมนุษย์เราได้มีจิตผูกพัน และทำการเคารพกราบไหว้บูชาเพราะถือว่าท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่มีพระคุณกับนัก แสดง และนักดนตรีไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เพราะวิชาการแสดงและดนตรีไทยนั้นท่านก็ได้ถ่ายทอดหลักวิชาในตำแหน่งหนัา ที่ของท่าน ที่มีความชำนาญ
ในด้านการแสดงและร้องรำทำเพลงตลอดจน กระทั่ง หน้าทับตะโพน และไม้กลองในเพลงต่างๆที่มีลีลาในทำนองเพลงแต่ละเพลงไม่เหมือนกัน นั่นแหละเป็นวิชาการของท่านทั้งนั้นสำหรับประวัติที่สำคัญของพระนนทินี้ ท่านเป็นนักตีหน้าหนัง เช่น กลองตะโพน กลองแขก(กลองคู่ หรือ กลองมลายู) และประเภทเครื่องกลองที่ขึงด้วยหนังทั่วๆไปทุกชนิดท่านมีลีลาและฝีมือดีตี เก่งมากทีเ ดียว รับรองว่าใครๆที่ว่าเก่งก็ยังสู้ท่านไม่ได้ และท่านก็ยังเก่งในเรื่องบทกลอนและทำนองเพลงอีกด้วยตีไปร้องไปในขณะเดียวกัน ได้อย่าง ทะมัดทะแมงและแคล่วคล่องว่องไว ด้วยความชำนาญอย่างเห็นได้ชัด
ท่าน มีหน้าที่เป็นนักดนตรีประจำพระองค์ขององค์พระอิศวรผู้เป็นเจ้าสวรรค์ ไม่ว่าจะมีงานใดๆ ในสวรรค์ท่านก็จะต้องได้รับเชิญให้ขึ้นไปทำหน้าที่บรรเลง และแสดงทุกครั้งที่ชาวสวรรค์ได้จัดขึ้นมาในทุกๆชั้น ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์ชั้นใดๆ ก็จะต้องไปทั้งนั้นกิตติศัพท์และเกียรติคุณของท่านโด่งดังและขจรขจายไปไกล แสนไกลไม่ว่าจะเป็น เทวโลกพรหมโลก หรือโลกมนุษย์ ก็ย่อมจะต้องรู้จักพระนนทิกันได้ดี และยังมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งในขณะที่พระอิศวรเสด็จไปไหนๆ พระนนทิผู้นี้ ก็จะต้องแปลงกายเป็นโคเผือก คือ โคอุศุภราช หรือ อุศุราราย์ ในทุกๆครั้ง เพื่อเป็นพาหนะทรงสำหรับประจำพระองค์ของพระอิศวรสำหรับนักดนตรีหรือนักแสดง ก็ควารที่จะหมั่นกราบไหว้บูชาและระลึกถึงในฐานะที่ท่านเป็นครูผู้แรกเริ่ม ถ่ายทอดวิชา
มาให้พวกเราได้หากินกัน..อีกผู้หนึ่ง
แต่กาลก่อนทางภาคพื้นประเทศไทยเรามีฤาษีอยู่มาก โดยเฉพาะฤาษีตาวัวกับฤาษีตาไฟ ติดปากคนมากกว่าฤาษีอื่น ๆ และประวัติก็มีมากกว่า เท่าที่ทราบพอจะรวบรวมต่อจากที่เล่ามาแล้วข้างต้นได้ดังต่อไปนี้
ฤาษีตาวัวนั้นเดิมทีเป็นสงฆ์ตาบอดทั้งสองข้าง แต่ชอบเล่นแร่แปรธาตุจนสามารถทำให้ปรอทแข็งได้ แต่ยังไม่ทันใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไรก็เอาไปทำหล่นตกถาน (ส้วมของพระตามวัด) เสียจะหยิบเอามาก็ไม่ได้เพราะตามองไม่เห็น เก็บความเงียบไว้ไม่กล้าบอกใคร จนกระทั่งวันหนึ่งลูกศิษย์ไปถานแลเห็นแสงเรือง ๆ จมอยู่ใต้ถาน ก็กลับมาเล่าให้อาจารย์ฟัง หลวงตาดีใจบอกให้ศิษย์พาไป ถ้าเห็นแสงเรืองตรงไหนให้จับมือจุ่มลงไปตรงนั้น จะเลอะเทอะสกปรกอย่างไรช่างมัน ศิษย์กลั้นใจทำตาม หลวงตาก็ควักเอาปรอทกลับคืนมาได้ จัดแจงล้างน้ำให้สะอาดดีแล้วก็เอาแช่ไว้ในโถน้ำผึ้งที่ท่านฉัน ไม่เอาติดตัวไปไหนอีก เพราะกลัวจะหล่นหาย
อยู่มาวันหนึ่งท่านก็มารำพึงถึงสังขาร ว่าเราจะมานั่งตาบอดอยู่ทำไม มีของดีของวิเศษอย่างนี้แล้วก็น่าจะลองดู จึงให้ศิษย์ไปหาศพคนตายใหม่ ๆ เพื่อจะควักเอาลูกตา แต่ศิษย์หาศพใหม่ๆ ไม่ได้ ไปพบวัวนอนตายอยู่ตัวหนึ่งเข้าที่ดีก็เลยควักลูกตาวัวมาแทน หลวงตาจึงเอาปรอทที่แช่น้ำผึ้งไว้มาคลึงที่ตา แล้วควักเอาตาที่เสียออก เอาตาวัวใส่แทนแล้วเอาปรอทคลึงตามหนังตา ไม่ช้าตาทั้งสองข้างก็กลับเห็นดีดังธรรมดา แล้วหลวงตาก็สึกจากพระเข้าถือเพศเป็นฤาษี จึงได้เรียกกันว่าฤาษีตาวัวมาตั้งแต่ครั้งนั้น
ส่วนฤาษีตาไฟนั้นยังไม่พบต้นเรื่องว่าทำไมจึงเรียกว่าฤาษีตาไฟ บางทีตาของท่านจะแดงก่ำหรือมีอำนาจแรงร้อนเป็นไฟแบบตาที่สามของพระอิศวรกระมัง ได้ฟังจากนักเลงพระเครื่อง เขาว่าพระท่ากระดานนั้นฤาษีตาไฟเป็นประธานในการสร้าง ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้ามาก ท่านเพ่งกสิณจนทำให้ตะกั่วละลายโดยไม่ต้องใช้ไฟหลอม แต่ท่านผู้เล่าก็ไม่ได้ชี้แจงแสดงหลักฐานอะไร อย่างไรก็ตามท่านทั้งสองคือฤาษีตาวัวกับฤาษีตาไฟนั้นเป็นเพื่อนเกลอกัน ตามเรื่องว่าฤาษีสององค์นี้สร้างกุฏีอยู่ใกล้กันบนเขาใกล้เมืองศรีเทพ ศิษย์ของฤาษีตาไฟเป็นลูกเจ้าเมืองศรีเทพ ท่านออกจะรักและโปรดมากมีอะไรก็บอกให้รู้ไม่ปิดบัง วันหนึ่งฤาษีตาไฟได้เล่าให้ศิษย์ฟังว่า น้ำในบ่อสองบ่อที่อยู่ใกล้กันนั้นมีฤทธิ์อำนาจไม่เหมือนกัน น้ำในบ่อหนึ่งเมื่อใครเอามาอาบก็จะตาย และถ้าเอาน้ำอีกบ่อหนึ่งมารดก็จะฟื้นขึ้นมาได้อีก ศิษย์ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ฤาษีตาไฟจึงบอกว่าจะทดลองให้ดูก็ได้ แต่ต้องให้สัญญาว่าถ้าคนตายไปแล้ว ต้องเอาน้ำอีกบ่อหนึ่งมารดให้คืนชีวิตขึ้นใหม่ ศิษย์ก็รับคำ ฤาษีตาไฟจึงเอาน้ำในบ่อตายมาอาบ ฤาษีก็ตายจริง ๆ ฝ่ายศิษย์เห็นเช่นนั้นแทนที่จะทำตามสัญญา กลับวิ่งหนีเข้าเมืองไปเสีย
กล่าวฝ่ายฤาษีตาวัว ซึ่งเคยไปมาหาสู่ฤาษีตาไฟอยู่เสมอ เมื่อเห็นฤาษีตาไฟหายไปผิดสังเกตุเช่นนั้นก็ชักสงสัย จึงออกจากกุฏีมาตาม เมื่อเดินผ่านบ่อน้ำตายเห็นน้ำในบ่อเดือดก็รู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว เดินต่อไปอีกก็พบซากศพของฤาษีตาไฟ ฤาษีตาวัวจึงตักน้ำอีกบ่อหนึ่งมาราดรด ฤาษีตาไฟก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฤาษีตาวัวฟังแล้วว่าจะต้องแก้แค้นศิษย์ลูกเจ้าเมือง ตลอดจนประชาชนพลเมืองทั้งหมดอีกด้วย ฤาษีตาวัวก็ปลอบว่าอย่าให้มันรุนแรงถึงอย่างนั้นเลย ฤาษีตาไฟก็ไม่เชื่อฟัง ได้เนรมิตวัวขึ้นตัวหนึ่ง เอาพิษร้ายบรรจุไว้ในท้องวัวจนเต็ม แล้วปล่อยวัวกายสิทธิ์ให้เดินขู่คำรามด้วยเสียงกึกก้องทั้งกลางวันกลางคืน แต่เข้าเมืองไม่ได้เพราะทหารรักษาประตูปิดประตูไว้ พอถึงวันที่เจ็ดเจ้าเมืองเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สั่งให้เปิด วัวกายสิทธิ์คอยทีอยู่แล้ว ก็วิ่งปราดเข้าเมือง ทันทีนั้นท้องวัวก็ระเบิดออก พิษร้ายก็กระจายพุ่งออกมาทำลายผู้คนพลเมืองตายหมด เมืองศรีเทพก็เลยร้างมาแต่ครั้งนั้น
ถ้าว่าตามเรื่องที่เล่ามานี้ ฤาษีตาวัวก็ดูจะใจดีกว่าฤาษีตาไฟ และคงจะเป็นด้วยฤาษีตาวัวเป็นผู้ช่วยให้ฤาษีตาไฟฟื้นคืนชีพขึ้นมานั่นเองกระมัง ทางฝ่ายแพทย์แผนโบราณจึงได้ถือเป็นครู ส่วนทางฝ่ายทหารออกจะยกย่องฤาษีตาไฟดังมีมนต์บทหนึ่งกล่าวไว้ในตำราพิชัยสงคราม ขอพระศรีสุทัศน์เข้ามาเป็นดวงใจ พระฤาษีตาไฟเข้ามาเป็นดวงตา ดังนี้
ในตำราเกี่ยวกับเวทย์มนต์คาถาว่าพระฤาษีตาไฟได้ให้ยันต์ไว้ เรียกกันว่ายันต์พระฤาษีตาไฟ ถ้าผู้ใดได้พบจะมิรู้ยากรู้จนเลย ตีราคาไว้ชั่งทอง ๑ ว่าให้ทำยันต์นั้นใส่ลงในตลับขี้ผึ้งก็ได้ แต่ถ้าจะให้ผู้หญิงรักให้เอาใบรักซ้อนห่อรูปไปฝังไว้ในป่าช้า ๓ วัน ๗ คืน ท่านว่าหญิงนั้นจะเฉยอยู่มิได้ พระฤาษีตาไฟท่านให้ไว้เป็นทานแก่คนทั้งหลาย ถ้าจะให้ขุนนางรัก ท่านให้ลงใส่ในใบรักซ้อน แล้วเอามะกรูดส้มป่อยใส่ลงในขันสำริดเสก ๑๕ คาบ ไปหาขุนนางท่านรักนัก ยันต์นี้เสกด้วยคาถาจิปีปีเสคิจด เสคิจิปิ คิจิปิเส ในยันต์ก็ลงด้วยคาถานี้เหมือนกัน ดังนี้จะเห็นว่าฤาษีตาไฟมาเกี่ยวข้องกับเวทมนต์คาถาและความเชื่อถือของไทยอยู่ไม่น้อย
ยอดประมูลเกิน 500 ส่ง EMS รับประกันพระแท้ตามกฎเว็บจี
พัสดุจัดส่ง มาตรฐาน ไปรษณีย์ไทย สยายใจ |
| ราคาเปิดประมูล |
50 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
100 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
50 บาท |
| วันเปิดประมูล |
อ. - 18 ส.ค. 2569 - 14:20:59 น. |
| วันปิดประมูล |
อ. - 25 ส.ค. 2569 - 11:33:59 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
mozo109 (5.1K)  
|