| ชื่อพระเครื่อง |
วัดใจ...พระพิมพ์ใบหอกเนื้อชินตะกั่ว หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกระปิ ปี 2485 ( พิมพ์ใหญ่ ) |
| รายละเอียด |
พระพิมพ์ใบหอกเนื้อชินตะกั่ว หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกระปิ ปี 2485 ( พิมพ์ใหญ่ )
ปาฏิหาริย์ใบหอกฝ่าดงระเบิดมักกะสัน: พระเนื้อตะกั่วลงรักปิดทอง หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกะปิ ที่ทั่วประเทศตามหา!
ลำนำแห่งไฟสงคราม และศาสตร์แห่งการสืบทอดพุทธคุณจักรพรรดิ
ในบรรณภพแห่งการศึกษาและสะสมปฏิมากรรมสิ่งมงคลเนื้อโลหะประเภทเนื้อชินตะกั่ว มีเรื่องราวบทหนึ่งที่ได้รับการจารึกไว้ในฐานะ ตำนานเหนือกาลเวลา ยามที่บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะวิกฤตของสงครามโลกและสงครามอินโดจีน พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมต่างมุ่งมั่นรังสรรค์วัตถุมงคลเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและคุ้มครองชีวิตเพื่อนมนุษย์ ดั่งงานศิลปะเนื้อชินที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ พระพิมพ์ใบหอก พิมพ์ใหญ่ เนื้อตะกั่วลงรักปิดทอง หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกะปิ กรุงเทพฯ (หรือที่เรียกขานว่า พระกรุวัดบางกะปิ รุ่น ๒) วัตถุมงคลองค์นี้คือเพชรน้ำเอกที่เปี่ยมล้นไปด้วยสุนทรียภาพแห่งความเก่า วรรณะผิวพรรณปรากฏคราบสนิมแดงสลับกับทองเก่าดั้งเดิมที่โรยราตามธรรมชาติ เป็นรอยจารึกความขลังเชิงลึกที่นักสะสมระดับชั้นครูต่างหลงใหลและยกย่องให้เป็นยอดพระเครื่องสายเหนียวที่หาชมยากยิ่งในปัจจุบัน
๑. ปฏิปทาและบารมีซ่อนเร้นแห่ง หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกะปิ
หากจะสืบสาวราวเรื่องถึงจุดกำเนิดความศักดิ์สิทธิ์ ย่อมต้องเพ่งมองไปที่องค์ผู้สร้าง นามของ หลวงพ่อยุ้ย แห่งวัดบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในอดีตช่วงยุคสงครามอินโดจีน (ราวปี พ.ศ. ๒๔๘๓๒๔๘๕) ท่านดำรงสมณเพศเป็นเพียงพระลูกวัดแก่ ๆ รูปหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย สันโดษ และไม่สะสมสิ่งใด ทว่าภายในใจของท่านกลับเชี่ยวชาญในศาสตร์ญานสมาบัติและญานแห่งไสยเวทวิทยาคมอย่างลุ่มลึกลี้ลับ
คำล่ำลือในหมู่ชาวบ้านแถบมักกะสันและบางกะปิยุคนั้นระบุว่า หลวงพ่อยุ้ยท่านเป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและมีจิตตานุภาพกล้าแกร่ง สามารถเพ่งกระแสจิตหลอมรวมธาตุโลหะได้อย่างน่าอัศจรรย์ จริยวัตรอันงดงามและการเป็นที่พึ่งให้กับผู้ตกทุกข์ในยามพายุสงครามโหมกระหน่ำ ทำให้ท่านแผ่บารมีธรรมคุ้มครองผู้ศรัทธา จนในเวลาต่อมาวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นได้รับการยอมรับและกว้านซื้อเก็บเข้ารังสายตรงอย่างรวดเร็วจนอันตรธานหายไปจากท้องถิ่นเดิมโดยสิ้นเชิง
๒. ที่มามูลเหตุการจัดสร้าง และอภิมหามวลสารพระกรุเก่าโบราณ
มูลเหตุในการจัดสร้างพระพิมพ์ใบหอกรุ่นนี้ สืบเนื่องมาจากในห้วงเวลานั้น พระกรุวัดบางกะปิเนื้อชินเงินดั้งเดิม (ศิลปะอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) ที่ขุดพบในองค์เจดีย์เก่าภายในวัด ได้เกิดการชำรุดหักพังและแตกหักเป็นเศษซากจำนวนมาก หลวงพ่อยุ้ยท่านเสียดายมวลสารพุทธคุณเดิม จึงมีดำริที่จะนำเศษพระกรุเนื้อชินที่แตกหักเหล่านั้นมาเป็น หัวใจมวลสารหลัก ในการจัดสร้างพระเครื่องชุดใหม่
ในเชิงมวลสารวิทยาและการถอดพิมพ์ พระรุ่นนี้จึงมีความโดดเด่นจำเพาะคือ:
ชนวนเนื้อเก่าพระกรุวัดบางกะปิ: ท่านรวบรวมเศษเนื้อชินเก่ามาเข้าพิธีหลอมรวมใหม่ บรรจุพลังแห่งพระเกจิยุคโบราณไว้ครบถ้วน
การล้อศิลปะพุทธศิลป์: ช่างแกะพิมพ์ล้อศิลป์พระกรุเดิมเป็นรูปทรงคล้าย "ใบหอก" องค์พระประทับปางมารวิชัยเหนืออาสนะฐานสองชั้น โดยชั้นล่างสุดเป็นฐานขาโต๊ะ และชั้นบนเป็นฐานเขียง มีผ้าทิพย์ทอดลงมาตรงกลางอย่างวิจิตร
ผิวพรรณวรรณะและการลงทอง: พระทุกลูกทูตที่หล่อเสร็จจะได้รับการลงรักปิดทองเก่ามาแต่เดิมก่อนบรรจุลงกรุ เมื่อผ่านเวลาผิวพรรณจึงปรากฏ "สนิมแดง" และคราบไข เกาะติดอยู่ทั่วทั้งหน้าและหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ในส่วนที่ทองคำเปลวหลุดลอกจะเผยให้เห็นเนื้อตะกั่วแกร่งคลาสสิก
๓. บันทึกความอัศจรรย์ในพิธีปลุกเสกเดี่ยวประจุพลังจิต
ในส่วนของกรรมวิธีพิธีพุทธาภิเษกและการปลุกเสกนั้น เนื่องจากเป็นการจัดสร้างในสภาวะสงครามอินโดจีน การทำพิธีจึงเป็นไปอย่างเข้มขลังดุดัน โดยหลวงพ่อยุ้ยท่านดำเนินพิธี ปลุกเสกเดี่ยว ภายในกุฏิและโบสถ์วัดบางกะปิอย่างต่อเนื่อง
ท่านนั่งปรกเจริญอธิษฐานจิตผ่านญานสมาธิขั้นสูง ประจุอัดพลังพุทธมนต์คัดเน้นไปทางด้านมหาอุด แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรีโดยเฉพาะ เพื่อให้พระเครื่องชุดนี้สามารถปกป้องชีวิตผู้คนจากภัยลูกระเบิดและศัสตราวุธ มีคำบอกเล่าว่าในขณะที่ท่านนั่งบริกรรมคาถาอธิษฐานจิตอยู่นั้น กระแสแห่งจิตตานุภาพของท่านส่งผลให้พระเนื้อตะกั่วในถาดสั่นไหวและมีคราบนวลไขผุดขึ้นมาปกคลุมราวกับพระองค์นั้นมีชีวิต ถือเป็นตัวเร่งพุทธคุณให้กรุรุ่น ๒ นี้ มีความศักดิ์สิทธิ์เสมอเหมือนพระกรุเก่าทุกประการ
๔. ประสิทธิผลและประสบการณ์จริงที่สะท้านหน้าประวัติศาสตร์
พระพิมพ์ใบหอก หลวงพ่อยุ้ย รุ่น ๒ ได้สร้างปรากฏการณ์และประสบการณ์จริงท่ามกลางเปลวไฟสงครามจนกลายเป็นข่าวที่เกรียวกราวและจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เมืองหลวง:
ปาฏิหาริย์ระเบิดที่มักกะสัน: ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้เดินทางมาทิ้งระเบิดถล่มสถานีรถไฟมักกะสันอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล้มตายเป็นผักปลา ทว่าท่ามกลางซากปรักหักพังกลับมีบุรุษผู้หนึ่งรอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยร่างกายของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บหรือแผลพุพองใด ๆ เลย มีเพียงอาการหูอื้อจากแรงอัดของระเบิดเท่านั้น ซึ่งในคอของชายผู้รอดตายคนนั้นได้ห้อยพระพิมพ์ใบหอกวัดบางกะปิเพียงองค์เดียว
ศึกรุมทำร้ายด้วยมีดดาบ: มีเหตุการณ์เด็กวัยรุ่นในพื้นที่รุมทำร้ายกันด้วยมีดดาบอย่างดุเดือด ชายผู้โดนรุมฟันสับอย่างบ้าคลั่งกลับไม่ได้รับความบาดเจ็บทางผิวหนังเลยแม้แต่น้อย (เหนียวเหนอะดุจดั่งกำแพงแก้ว) ตรงกันข้าม พวกที่รุมทำร้ายกลับได้รับบาดเจ็บกันไปตาม ๆ กัน ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปนอกพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และนักเลงยุคเก่าต่างหลั่งไหลมาเช่าบูชาพระรุ่นนี้จนหมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว
________________________________________
๕. พระคาถาอาราธนาพระพิมพ์ใบหอก หลวงพ่อยุ้ย
ก่อนจะอัญเชิญพระพิมพ์ใบหอก เนื้อตะกั่วลงรักปิดทองนี้ขึ้นสถิตบูชาติดตัวเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและคุ้มครองดวงชะตา ให้ตั้งนะโม ๓ จบ ระลึกถึงคุณบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และหลวงพ่อยุ้ย วัดบางกะปิ จากนั้นสวดดังนี้:
"พุทธัง อาราธะนานัง ธัมมัง อาราธะนานัง สังฆัง อาราธะนานัง... อิติปิโส มะหาอุดโต อุดทัง อัดถัง นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ"
(สวด ๓ หรือ ๙ จบ ก่อนนำพระติดตัวเดินทางไปที่ใด จะช่วยกำบังภัย ป้องกันศัสตราวุธ แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง)
________________________________________
บทสรุป: คุณค่าแห่งพุทธคุณซ่อนเร้นที่ควรค่าแก่การแสวงหา
พระเนื้อตะกั่วลงรักปิดทอง รุ่น ๒ พิมพ์ใหญ่ หลวงพ่อยุ้ย วัดบางกะปิ กรุงเทพฯ คือปฏิมากรรมเนื้อชินที่เป็นมากกว่าเครื่องราง หากแต่เป็นประจักษ์พยานแห่งศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ที่อุบัติขึ้นในยุคที่แผ่นดินลุกเป็นไฟ วรรณะเนื้อตะกั่วสนิมแดงที่ผุดขึ้นตามธรรมชาติผ่านวันเวลากว่า ๘๐ ปี บ่งบอกถึงความแท้และทรงคุณค่าสูงสุด สำหรับนักนิยมพระเครื่องสายลึก การได้ครอบครองพระพิมพ์พิเศษรุ่นนี้ จึงถือเป็นมงคลสูงสุดและเป็นวาสนาหนุนนำชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างแท้จริง |
| ราคาเปิดประมูล |
100 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
130 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
30 บาท |
| วันเปิดประมูล |
อา. - 06 ก.ย. 2569 - 17:50:28 น. |
| วันปิดประมูล |
อ. - 08 ก.ย. 2569 - 21:42:25 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
นครเมืองเก่า (2.4K)  
|