(0)
รูปหล่อโบราณหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ปี ๒๔๗๐ (หลวงปู่ทอง มรณภาพปี ๒๔๘๐) พิมพ์ฐานเตี้ย ก้นจาร "นะมะอะอุ" เนื้อโลหะผสมรมดำ >> แบ่งปัน เคาะเดียว!!!








รายงานผลโหวต

จากรูปพระแท้ 0% [0]
จากรูปพระแท้แต่ข้อมูลไม่ถูกต้อง     0% [0]
จากรูปพระเก๊ 0% [0]
พระดูยากจากรูป 0% [0]

จำนวน โหวต





ชื่อพระเครื่อง รูปหล่อโบราณหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ปี ๒๔๗๐ (หลวงปู่ทอง มรณภาพปี ๒๔๘๐) พิมพ์ฐานเตี้ย ก้นจาร "นะมะอะอุ" เนื้อโลหะผสมรมดำ >> แบ่งปัน เคาะเดียว!!!
รายละเอียด #พระเครื่องในตำนานที่น้อยคนจะรู้จัก
#รูปหล่อหลวงปู่ทองวัดราชโยธาปี๒๔๗๐
"หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา"
(พระเกจิที่ “แม้แต่แขกยังนับถือ”)
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
“ตกปลาทั้งคืน…ไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียว
พอยกเบ็ดขึ้นมา กลับกลายเป็นใบไม้
แต่ครั้งสุดท้าย…สิ่งที่ติดเบ็ดขึ้นมา ไม่ใช่ปลา”

นี่คือหนึ่งในตำนานเล่าขานของ...
>> "หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา" พระเกจิรุ่นเก่า ยุคก่อนสงคราม ผู้คนในละแวกวัดต่างพูดถึงกันว่า.. "ท่านไม่ใช่เพียงพระผู้มีวิชา แต่เป็นพระที่ทำให้คนต่างศาสนา ต่างความเชื่อ ยังต้องยกมือไหว้ด้วยความเคารพ"
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
"วัดราชโยธา" หรือชื่อเดิมว่า "วัดลาดบัวขาว"
>> ตั้งอยู่ในย่านที่เมื่อก่อนมี ชุมชนแขกอาศัยอยู่รอบวัดเป็นจำนวนมาก ในสมัยที่หลวงปู่ทองเป็นเจ้าอาวาส ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า...

>> "คนแขกในย่านนั้นแทบทุกบ้าน ต่างให้ความนับถือหลวงปู่ทองอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาเห็น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำร่ำลือ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว

เรื่องหนึ่งที่เล่ากันมากคือ...
>> มีแขกคนหนึ่ง แอบเข้าไปตกปลาในเขตวัด
เพราะปลาในสระหน้าวัดนั้นชุกชุมมาก เขานั่งตกอยู่ทั้งคืน แต่ไม่ว่าจะหย่อนเบ็ดกี่ครั้ง ก็ไม่ได้ปลาสักตัว บางครั้งเหมือนปลามากินเหยื่อ
ดึงกันจนคันเบ็ดโค้ง น้ำกระจาย เหมือนปลาตัวใหญ่ดิ้นอยู่ปลายสาย
แต่พอยกขึ้นมา… กลับเป็นเพียงใบไม้
ครั้งแล้วครั้งเล่า
จากปลาที่คิดว่าจะได้ กลายเป็นใบไม้ทุกที

จนครั้งสุดท้าย
เหมือนมีปลาตัวใหญ่จริงๆ มากินเบ็ด
มันลากสายไปทั่วสระ ดึงจนปลายคันเบ็ดจมน้ำ ฉุดจนคนตกปลาเกือบคะมำลงไป

เขาคิดในใจว่า “คราวนี้ต้องได้ตัวใหญ่แน่”
แต่พอลากขึ้นมาพ้นน้ำ…
สิ่งที่ติดขึ้นมาไม่ใช่ปลา แต่เป็น "หัวกะโหลก"
แขกคนนั้น ตกใจกลัวสุดขีด
กลับไปนอนซม จับไข้อยู่หลายวัน

หลังจากนั้น ข่าวก็ลือไปทั่วว่า...
“หลวงปู่ทองใช้ผีเฝ้าปลาในสระวัด”

คำนี้กลายเป็นคำที่คนแถวนั้นพูดกันติดปาก
(ใครคิดจะไปยุ่งกับของวัด ต้องคิดให้ดี)
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
>> แต่ความน่าเคารพศรัทธาของ"หลวงปู่ทอง"
ไม่ได้มีเพียงเรื่อง "อาถรรพ์ในสระน้ำ"

>> ในสมัยก่อน การเดินทางลำบาก
โรงพยาบาลอยู่ไกล เวลาคนเจ็บป่วย ชาวบ้านจำนวนมากจะพากันไปหาหลวงปู่ทอง
ท่านเป่าเสกให้ ให้น้ำมนต์ ให้ยากิน
หลายคนเล่ากันว่า...
"หายจากอาการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์"
จนชาวบ้านเรียกท่านว่า...
“หมอวิเศษแห่งวัดราชโยธา”
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ต่อมา เกิด"โรคระบาด" ในชุมชนรอบวัด
ทั้งไทยพุทธและแขกต่างมีคนล้มป่วยกันมาก
คนไทยพุทธที่ไปหา"หลวงปู่ทอง" หลายคนก็กลับมาหายดี ข่าวนี้จึงลือไปถึงชุมชนแขก

>> วันหนึ่ง พวกแขกหลายสิบคนจึงพากันมาหา "หลวงปู่ทอง" ในกลุ่มนั้น มีหญิงแขกคนหนึ่งอุ้มลูกที่ป่วยมาด้วย

"หลวงปู่ทอง"ต้อนรับอย่างเมตตา แล้วถามว่า..
“มีธุระอะไร จึงมาหาอาตมาถึงวัด”
พวกเขาจึงเล่าว่า..
"เด็กป่วยหนัก รักษาอย่างไรก็ไม่หาย"

>> "หลวงปู่ทอง" ให้พาเด็กเข้ามาดู
เมื่อเห็นเด็ก ท่านก็เหมือนรู้ทันทีว่าเป็นอะไร?
หลวงปู่ท่านให้ลูกศิษย์ไปหยิบ"หัวไพล"มา
จากนั้น เหลาปลายไพลให้แหลม
แล้วจี้ลงไปที่ตัวเด็ก ทันทีที่ถูกจี้ เด็กคนนั้นกลับร้องออกมาว่า.. .“กลัวแล้วๆ ผมกลัวแล้ว”
หลวงปู่ทองจึงถามว่า... “เอ็งชื่ออะไร?”
เสียงจากเด็กตอบว่า... “ผมชื่อโดดครับ”
หลวงปู่ทองถามต่อ... “ใครใช้เอ็งมา”
เสียงนั้นตอบว่า... “หมอสอนครับ”
“เอ็งมาทำไม”
“มาเอาชีวิตอ้ายหวังครับ”
หลวงปู่ทองถามว่า.. “อ้ายหวังมันทำอะไรให้”
เสียงนั้นตอบว่า.. “มันเยี่ยวรดหมอสอนครับ”
หลวงปู่ทองจึงว่า...“หน็อยแน่ เรื่องเพียงเท่านี้ ถึงกับจะมาเอาชีวิตเชียวหรือ?
เอ็งจะอยู่หรือจะไป
ถ้าอยู่ ข้าจะให้เฝ้าปลาในสระหน้าวัด”
เด็กก้มหน้านิ่ง

"หลวงปู่ทอง"จึงเอาไพลจี้อีกครั้ง แล้วถามย้ำ...
“เอ็งจะอยู่หรือจะไป”
เด็กตอบว่า...
“ไม่อยู่ครับ หมอสอนสั่งให้รีบกลับ”

จากนั้น "หลวงปู่ทอง" เอากำหญ้าคาจุ่มน้ำมนต์
ฟาดลงไปที่ตัวเด็ก เสียงในร่างเด็กก็ร้องว่า...
“ผมกลัวแล้วๆ ผมไปแล้วครับ”

"หลวงปู่ทอง"ซัดน้ำมนต์ลงไปอีกครั้ง
เด็กดิ้นล้มลง นอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลืมตาขึ้น ลุกนั่งได้ตามปกติ เหมือนไม่เคยป่วยมาก่อน

"หลวงปู่ทอง" จึงเอาด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือให้ แล้วบอกว่า...
“ด้ายนี้กันไว้ มันจะเข้าอีกไม่ได้”

จากนั้น ท่านยังมอบน้ำมนต์ให้พวกแขกกลับไปคนละขวด ให้เอาไปกิน อาบ ประพรมบ้าน
เพื่อป้องกันสิ่งไม่ดี

>> ตั้งแต่วันนั้น ความศรัทธาของคนแขกในย่านวัดราชโยธายิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
บางคนเห็นกับตา
บางคนได้ยินจากญาติพี่น้อง
บางคนได้รับน้ำมนต์ไปแล้วเกิดความเชื่อมั่น

>> ต่อมา เมื่อพระพายเรือออกบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน ชาวแขกบางบ้านจะกวักมือเรียกให้จอด แล้วนำข้าวของมาฝากถวาย"หลวงปู่ทอง"

เขาไม่ได้บอกว่าตนใส่บาตร
แต่พูดง่ายๆ ว่า... “ให้คนที่นับถือ”

>> คำนี้ฟังแล้วลึกมาก เพราะความศรัทธาใน"หลวงปู่ทอง" ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศาสนา
แต่เกิดจากความดี ความเมตตา และสิ่งที่ผู้คนเชื่อว่าได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
"หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา" เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า (ศิษย์ผู้น้องสมเด็จฯโต)
กล่าวกันว่า...
ท่านศึกษาวิชากับครูบาอาจารย์สำคัญหลายรูป และเป็นที่เคารพของเกจิชื่อดังจำนวนมาก

>> ลูกศิษย์ของท่านก็มีชื่อเสียงในภายหลังหลายรูป เช่น หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว,
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา,
หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ และอีกหลายท่าน

เล่ากันว่า... "หลวงปู่ทอง"อายุยืนถึง ๑๑๗ ปี
ก่อนมรณภาพด้วยโรคชราเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐

ท่านสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลไว้มากมายหลายแบบ แต่ปัจจุบันพบเห็นได้น้อยมาก
เพราะคนรุ่นเก่ามักเก็บไว้ใช้ ไม่ปล่อยออกมา

ในช่วงสงครามอินโดจีน ยังมีเรื่องเล่ากันว่า...
"พระยาพหลพลพยุหเสนา" อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้นิมนต์"หลวงปู่ทอง" ขึ้นเครื่องบิน เพื่อโปรยทรายเสกรอบวัดพระแก้ว สนามหลวง และพื้นที่สำคัญ หวังให้คุ้มครองจากภัยสงคราม

รวมถึง ขอให้ท่านสร้าง"เสื้อยันต์" แจกทหาร
ซึ่งต่อมา มีกิตติศัพท์เลื่องลือเรื่องแคล้วคลาด
จนคนในยุคนั้นต่างพูดกันว่า...
“ทหารไทยเป็นทหารผี”

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอีกเรื่องหนึ่งคือ มีคำเล่าว่า... "หลวงปู่ทอง" เป็นพระที่ถ่ายรูปติดยากมาก จึงทำให้รูปของท่านเหลือน้อยอย่างยิ่ง
ภาพที่พอมีให้เห็นกัน จึงเป็นภาพที่ลูกศิษย์ ต้องร่วมกันอ้อนวอนขอถ่าย
"ขณะที่ท่าน กำลังลงจากกุฏิไปฉันเพล"

"หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา"
จึงไม่ใช่เป็นแค่... พระเกจิในตำนาน
แต่เป็นพระที่ผู้คนต่างความเชื่อยังยอมรับ
เพราะบางครั้ง คำว่า"ศรัทธา"
ไม่ได้เกิดจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
แต่มันเกิดจากวันที่คนหนึ่ง ได้เห็นบางสิ่งด้วยตาตัวเอง แล้วพูดได้เพียงสั้นๆ ว่า…
“องค์นี้ ไม่ธรรมดา”

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
** เปิดให้ร่วมบูชา **
#รูปหล่อหลวงปู่ทอง_วัดราชโยธาปี๒๔๗๐
>> รูปหล่อโบราณหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา พิมพ์ฐานเตี้ย ก้นจาร "นะมะอะอุ" เนื้อโลหะผสมรมดำ ด้านหลังองค์พระระบุเลข "๒๔๗๐" (ลป.ทองมรณะภาพปี ๒๔๘๐) ขนาดองค์พระ สูง ๒.๕ เซนฯ กว้าง ๒.๐ เซนฯ หนา ๑.๓ เซนฯ สภาพเก็บเก่าผิวหิ้งแห้งๆเดิมๆ ผ่านการใช้บ้าง สมบูรณ์ ๙๐% (มีลงในหนังสือหลวงปู่ทอง)












** รับประกันพระแท้ตรงเกจิตรงยุค **
** รับประกันตามกฎของเวปทุกประการ **
** หมายเหตุส่งท้าย **
>> รายการนี้ทางเวป G ยังไม่มีข้อมูลในการออกบัตรฯ 1,000% ครับ (ขนาดสมาคมฯยังไม่เคยออกบัตรฯรายการนี้เลย) ดังนั้น ใครอยากได้บัตรฯรบกวนผ่านรายการนี้ไปได้เลย เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ไม่เสียโอกาสทั้ง 2 ฝ่าย ขอบคุณครับ

************************************************************
ราคาเปิดประมูล 849 บาท
ราคาปัจจุบัน 949 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!)
เพิ่มขึ้นครั้งละ 50 บาท
วันเปิดประมูล อ. - 08 ก.ย. 2569 - 05:32:51 น.
วันปิดประมูล พ. - 09 ก.ย. 2569 - 13:21:11 น. (ปิดประมูลแล้ว)
ผู้ตั้งประมูล pattamaphong (2.5K)(2)


(0)
ข้อมูลเพิ่มเติม 1 อ. - 08 ก.ย. 2569 - 05:33:15 น.



เพิ่มรูป


ข้อมูลเพิ่มเติม 2 อ. - 08 ก.ย. 2569 - 05:33:35 น.



เพิ่มรูป


ข้อมูลเพิ่มเติม 3 อ. - 08 ก.ย. 2569 - 05:33:57 น.



เพิ่มรูป


 
ราคาปัจจุบัน :     949 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     50 บาท

!!! ปิดประมูลแล้ว !!!

ผู้ชนะประมูล    ภูสายลมรีสอร์ท (847)

 
(0)
  ประวัติการเสนอราคา
 ผู้เสนอราคาราคาเวลา
  franky2503 (109)(1) 899 บาท อ. - 08 ก.ย. 2569 - 13:21:11 น. (ถึงราคาขั้นต่ำแล้ว)
  ภูสายลมรีสอร์ท (847) 949 บาท อ. - 08 ก.ย. 2569 - 21:09:08 น.
Copyright ©G-PRA.COM