| ชื่อพระเครื่อง |
เหรียญหยดน้ำ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปี 2522 |
| รายละเอียด |
ตามประวัติของหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลง
จ.สมุทรสาคาเจ้าตำรับ ยันต์ตะกร้อ และ เสือเผ่น ท่านเป็นชาวอำเภอพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดในตระกูลชาวนา ในสมัยราชกาลที่ 5 ท่านบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 16 ปี ที่วัดกลางพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ด ไปแสวงหาวิชา และ ความรู้ในทางธรรมตามที่ต่าง ๆ
จนกระทั่งได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกาหลง จนมรณภาพ
เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิต ที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อ และเสือแผ่นนั้น โด่งดังมากแม้แต่ ตี๋ใหญ่ ขุนโจรชื่อดัง ที่เขาลือกันว่าหนังเหนียว และแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ ตี๋ใหญ่ มีของดี คือ มีผ้ายันต์ กับ
ตะกรุดของหลวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว
ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใคร ๆ
ลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้!
มีเรื่องเล่าถึงวันที่ ตี๋ใหญ่ สิ้นชื่อ คือ วันนั้น ก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว ตี๋ใหญ่
ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง แต่มาแล้วไม่พบหลวงพ่อ จึงกลับออกมา ระหว่างที่รถวิ่งออกมา
ก็โดนถล่มจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ากี่นัด
จะเห็น ว่าคนเราเมื่อดวงขาด มันก็ต้องมีอันเป็นไป
และเหตุที่ตี๋ใหญ่มาหาลวงพ่อสุดนั้น เป็นเพราะว่า พวงพระและตะกรุดของตี๋ใหญ่หายไป ก็เลยจะมาขอใหม่จากหลวงพ่อ จึงมาพบจุดจบในวันนั้น
หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์ กับ ตะกรุดยังอยู่ ตี๋ใหญ่อาจจะยังไม่ตาย
แต่ถึงอย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้มาก พลังอำนาจจิตหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ เหนือกรรม ไม่ได้ สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็ต้องจบชีวิตลง ท่ามกลางการสาปแช่งของผู้คน
และใครจะรู้ว่านั้นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสุดกำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่
ก็ ยังมีเรื่องเล่าถึง อดีตนาวิกโยธินคนหนึ่ง
ที่ได้เครื่องรางของหลวงพ่อสุดไป เป็น เหรียญเสือเผ่น และ รอยสัก ขณะที่รับราชการอยู่
เขาถูกส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ.2519 แล้วโดนถล่ม ขณะอยู่บนรถยีเอ็มซี
เพื่อนคนหนึ่งถูกยิงจนตาตุ่มหายไปทั้งแถบ ส่วนตัวเองถูกยิงห้านัด กระสุนเข้ากลางหลังตรงยันต์พอดี เสื้อทะลุเป็นรู แต่กระสุนกลับไม่เข้าเนื้อ และ ไม่มีบาดแผลเพียงแต่เป็นรอยจ้ำ ๆ เท่านั้น
ส่วน
อีกคนเป็นศิษย์หลวงพ่อสุดเหมือนกัน คนนี้เป็นโรคที่ตา
ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช
ระหว่างการรักษาต้องฉีดยาเพื่อผ่าตัด เข้าใจว่าเป็นยาชา แต่พอฉีด เข็มฉีดยากลับไม่เข้าเนื้อ
เพราะคนนี้หลวงพ่อสุดสักน้ำมันครอบไว้ ผลสุดท้าย
ต้องมานิมนต์หลวงพ่อสุดไปโรงพยาบาล เพื่อทำพิธีถอน คนป่วยจึงได้รับการฉีดยา และ ผ่าตัดเรียบร้อย
ปัจจุบันทางวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูกของ หลวงพ่อสุด บรรจุไว้ในโลงแก้ว
ตั้งให้ประชาชนไปกราบนมัสการอยู่ที่ชั้นสอง
ของศาลาการเปรียญภายในวัดซึ่งทุกวัน
จะมีประชาชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสแวะเวียนไปกราบเสรีระร่างของท่านไม่ขาดสาย
สุดยอดพระเกจิดัง ลูกศิตย์ลูกหามากมายจริงๆ ทหาร ตำรวจ สายสืบ นักเลงก็ยังต้องมาฝากตัวเป็นศิตย์ หลวงพ่อสุด เลยนะคะ แม้แต่จอมโจรอย่าง ตี๋ใหญ่ ยังให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง อย่างสูงสุดเลยนะค่ะ หลายครั้ง ตี๋ใหญ่รอดตายมาได้ก็เพราะ เครื่องราง วัตถุมงคล เหรียญ ที่หลวงพ่อสุด วัดกาหลง มอบไว้ให้ติดตัวนะค่ะ คนใช้เท่านั้น ที่ทราบว่า พระของท่านขลังจริงๆ หลายรุ่นยังราคาเบาจับต้องได้ เก็บก่อนแพงซิคะ หรือจะรอให้แพงแล้วค่อยเก็บเหมือนหลายรุ่นละคะ ขนาดเซียนใหญ่เช่าหาพระหลักล้าน ยังมา เช่าหา ซื้อขาย เก็บสะสม รวมทั้งบูชาติดตัว พระเครื่องของ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง กันเลยนะค่ะ เหรียญนี้ มาแบบสวยแท้ดูง่าย คมชัด นะค่ะ
เหรียญ พิมพ์ หยดน้ำ สร้าง ปี 2522 หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
เนื้อทองแดง ตอกโค้ด รุ่นนี้ ทันหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปลุกเสกนะค่ะ จัดเป็นเหรียญสวยงามมากอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมบัตรรับประกันพระแท้ จะเก็บไว้บูชา หรือ จะแบ่งปัน ท่านอื่นต่อไปในอนาคต ก็มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ๆ แน่นอนค่ะ
สภาพสวยกริ้ป ด้านหลัง ยันต์ตะกร้อ สุดขลัง คมชัดเก็บเดิมๆ สภาพได้ขนาดนี้ ถือว่าสวยมากๆ ค่ะ
นับเป็นเหรียญประสบการณ์ด้าน เมตตา แคล้วคลาด คงกระพัน มหาเดช มหาอำนาจ ดีด้านการปกครองด้วยครบครัน แบ่งปันกันราคาเบาๆ นะค่ะ ไปเจอเซียนใหญ่บางคนเปิดราคา 5000 บาทเลยนะค่ะ
ขนาดกว้างประมาณ 2.4 ซม. สูงประมาณ 4 ซม. น้ำหนักประมาณ 8.9 กรัม
จัดสร้างปี 2522 ทันหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปลุกเสกค่ะ เหรียญนี้สวยคมชัด แท้ดูง่ายผิวยังเดิมๆ จากวัด ตำหนิพระแท้ ยังเห็นได้ชัดอย่างครบถ้วนนะค่ะ
ประวัติหลวงพ่อสุด วัดกาหลง
หลวงพ่อสุด ท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดจากตระกูลชาวนา บิดาชื่อ นายมาก มารดาชื่อ นางอ่อนศรี เกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 2445 ตรงกับ วันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ณ บ้านค้อใหญ่ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพี่น้อง 3 คน คือ 1.นางบุตรดี มูลลิสาร 2.นางสาวหวด สัตตัง 3.พระครูสมุทรธรรมสุนทร ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปี หลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2461 ที่วัดกลางพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เป็นพระอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ก่อนหน้าที่จะบวชเณร หลวงพ่อได้รับวิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดคำหยาด ต.คำไฮ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ด มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรมจากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลง นี่เอง ทั้งนี้เพราะใน พ.ศ. 2481 อายุได้ 36 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดกาหลง
ด้านการปกครอง
พ.ศ. 2478 เป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง
พ.ศ. 2479 เป็นเจ้าคณะหมวด
พ.ศ. 2484 เป็นเจ้าคณะตำบล
พ.ศ. 2495 เป็นสาธารณูปการอำเภอ
ด้านการศึกษา
พ.ศ. 2482 เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดกาหลง
พ.ศ. 2485 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม
พ.ศ. 2495 เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง
ด้านสมณศักดิ์
พ.ศ. 2490 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นตรี
พ.ศ. 2511 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นโท
พ.ศ. 2517 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นเอก
พระครูสมุทรธรรมสุนทร ถึงแม้ท่านจะมิใช่คนสมุทรสาคร แต่ท่านก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชาวทะเลเลือดสมุทร เพราะคนในแถบ จ.สมุทรสาคร ท่านก็ได้ให้ความเมตตาช่วยเหลือมาตลอด และเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหา พระหลวงพ่อฉลอง บุญยงค์ เจ้าอาวาสวัดนาขวาง พระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง พระหลวงพ่อพยนต์ คนบ้านนาขวาง และลูกศิตย์พระหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ได้มาดูแลพระหลวงพ่อสุด ตอนที่พระหลวงพ่อสุดอาพาส พระหลวงพ่อสุดท่านอยู่ โรงพยาบาลเปาโล แถวสะพานควาย กทม. และมีนายอุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าของธนาคารศรีนคร จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ พระหลวงพ่อสุด วัดกาหลง. เก็บพระสรีระของพระหลวงพ่อสุด. จนถึงปี 2545 และนำร่างของพระหลวงพ่อสุด มาจัดงานพระราชทานเพลิงศพ ปกติพระหลวงพ่อสุด ตอนมีชีวิตอยู่จะไม่ให้หวย และพระหลวงพ่อสุด ท่านมาเข้าฝัน พระหลวงพ่อ ฉลอง วัดนาขวาง และให้บอกต่อๆกับชาวบ้าน ปรากฏว่าชาวบ้านวัดกาหลงและชาวบ้านวัดนาขวาง ได้หวยเลขนี้จากหลวงพ่อ ฉลอง บุญยงค์ ที่ให้วันหวยออก ชาวบ้านต่างพาถูกหวยเลขนี้และชาวบ้านวัดกาหลงและนาขวางสมทบช่วยเหลือจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ของพระหลวงพ่อสุดใหญ่โตมโหราณมาก พระเหรียญหลวงพ่อสุด รุ่นเสือเผ่นปี 2517 มีพุทธคุณปาฎิหาร แคล้วคลาด จากทหารราชรานาวี คนบ้านกาหลงส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ จ.นครศรีธรรมราช สู้กับผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามหลายชนิดเช่น อาก้า ปืนเอ็ม16 และกระสุนหลายร้อยนัดยิงสาดเข้าไปรถยีเอ็มซี ระหว่างนั้นมีทหารถูกยิงที่เข้าขาบ้าง แขนบ้าง และบางคนถูกยิงบาดเจ็บ และมีทหารราชนาวีถูกยิงเข้าลำตัวด้านหน้า แต่ถูกองค์พระเหรียญปี 2517 เสือเผ่น และลำตัวทหารราชนาวีเป็นรอยจ่ำๆเขียวช้ำๆแต่ไม่เข้า และมีคนสอบถามเรื่องพระเหรียญรุ่นเสือเผ่นนี้
ยันต์ตะกร้อ เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้นหลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอม เขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า
จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง และกระดูกได้
นอกจากนี้ยันต์ตะกร้อยังเป็นที่กล่าวขานและเป็นที่นิยมกันใน ชาว จ.สมุทรสาคร อีกด้วย
พระอาจารย์ของหลวงพ่อสุด
ตอนที่ท่านไปศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนาและวิชาอาคมในที่ต่างๆ จากพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ
หลวงปู่เม้า วัดกลางพนมไพร (วัดกลางอุดมเวทย์ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในปัจจุบัน) (พระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ท่านในสมัยตอนเป็นเณร)
หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ(สำหรับหลวงพ่อรุ่ง ในปี 2484 หลวงพ่อสุดเป็นเจ้าคณะตำบล หลวงพ่อรุ่งได้จัดทำเหรียญรุ่นแรกของท่านหลวงพ่อสุดก็ได้อยู่ในการร่วมสร้าง เหรียญนี้ด้วยเช่นกัน)
หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม (เป็นพระที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก) เป็นต้น
ในสมัยที่หลวงพ่อสุด ยังมีสังขารอยู่นั้น ท่านได้ร่วมกิจนิมนต์ ในหลายพิธีไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง หรือมากกว่า เช่นพิธี ปลุกเสกพระพุทธ 25 ศตวรรษ และในทางหนึ่งท่านคือผู้เมตตา ให้ของขลังแก่ตี๋ใหญ่ จอมโจรชื่อดัง ในช่วงปี 2521-2524
มรณภาพ
หลวงพ่อสุด ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย รักสันโดษมีความเป็นอยู่เรียบง่าย ยึดพรหมวิหารและสังคหวัตถุธรรมเป็นหลักปฏิบัติ ได้บำเพ็ญศาสนกิจอันเป็นหิตานุหิตประโยชน์เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อความวัฒนาสถาพรแก่พระพุทธศาสนาและปวงชนอย่างแท้จริง พ.ศ. 2521 ได้อาพาธด้วยโรค โพรงจมูกอักเสบ ได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว ได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 หลวงพ่อสุด ท่านได้อาพาธด้วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้เข้าพักรักษาตัวและทำการผ่าตัดกระเพาะที่โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ถนนพหลโยธิน กทม. หลังจากออกจากโรงพยาบาลเปาโลแล้ว ได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดกาหลง ตามปกติ และเนื่องด้วยหลวงพ่อชราภาพมาก สุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนเพลีย เดินไม่สะดวก เจ็บออดๆแอดๆ เรื่อยมา
ครั้น ถึง วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ตรงกับ วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9 ปีกุน เวลา 13.15 น. หลวงพ่อสุด สิริธโร ก็ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ 81 ปี 3 เดือน 8 วัน ยังมาซึ่งความเศร้าโศรกและอาลัยรักของบรรดาศิษยานุศิษย์และผู้ใกล้ชิดทั้งใกล้และไกลเป็นอย่างยิ่ง
พระราชทานเพลิงศพ
มีการเผาศพอยู่กรณีหนึ่งซึ่งเป็นข่าวดังทางหน้าหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ เกี่ยวกับศพของพระครูสมุทรธรรมสุนทร หรือ หลวงพ่อสุด อดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของ ตี๋ใหญ่ ที่มีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2545 ที่ผ่านมาที่วัดกาหลง
เนื้อข่าวน่าสนใจที่ว่าศพของท่านโดนไฟเผาไหม้ไม่หมด แม้ว่าร่างจะเป็นเนื้อหนังกระดูกเผาหมดแล้วแต่กระดูกหรืออัฐิยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ไม่บิ่นหรือแตกร้าวเป็นชิ้นๆ แบบการเผาศพทั่วไปเลย ทำให้หลายคนไม่อยากเชื่อ จึงต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา
ที่มาแห่งเหตุอัศจรรย์นี้มีนิมิตเกิดแก่พระศิษย์เอกของหลวงพ่อสุดรูปหนึ่งซึ่งปัจจุบันท่านรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาหลง ท่านเล่าว่า
ก่อนหน้าที่จะเผาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาอาตมาฝันเห็นหลวงพ่อสุดมาบอกว่าไม่มีใครเผาท่านได้นอกจากตัวท่านเอง อาตมาเลยถามกลับไปว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ท่านบอกให้จัดดอกไม้จันทน์มาบายศรีขอขมาไว้และให้อาตมาเป็นคนจุดไฟเผา โดยให้อาตมาจับมือท่านเผาร่างท่านเอง อาตมาก็นำเรื่องความฝันไปเล่าให้ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดฟัง
ต่อมาในวันพระราชทานเพลิงศพ ช่วงพิธีเผาจริงเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครท่านมาเป็นประธานจุดไฟ ปรากฏว่าเกิดเหตุประหลาดขึ้นเมื่อไฟที่จุดกับดอกไม้จันทน์ดับลงเฉยๆ ต้องวางเอาไว้อย่างนั้น อาตมาเห็นจึงเข้าไปจุดไฟเผาตามที่ฝันเอาไว้
ปกติแล้วศพโดยทั่วไปใช้เวลาเผาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ไหม้หมด แต่เมื่อเวลาเผาท่านก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ระดับไฟร้อนมากประมาณ 300 องศา ขณะที่เผาก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกลับร่างท่าน ต่อเมื่อได้เวลาราไฟ ปรากฏว่ายังเห็นร่างของท่านยังคงอยู่เป็นโครงกระดูกทั้งโครงทั้งที่เผามานาน
คุณอุบลรัตน์ ใยไหม กำนันตำบลกาหลง ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า
ก่อนวันประชุมเพลิงท่าน คณะกรรมการก็ได้เตรียมงานแต่เนิ่นๆ โดยได้เคลื่อนสรีระร่างของท่านมา หลวงพ่อคล้ายคนนอนหลับ ร่างท่านมีแต่หนังหุ้มกระดูกไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า จีวรเก่าแต่ก็ไม่เปียกคราบน้ำเหลืองเลย ที่เผาท่านเป็นคนสุดท้าย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดให้ดูก็เห็นภาพที่ว่าท่านยังเป็นโครงกระดูกอยู่นะ พี่ก็แปลกใจเลยตะโกนบอกว่า หลวงปู่ไม่ไหม้ แล้วชาวบ้านก็วิ่งไปดู เพราะชาวบ้านก็ยังไม่กลับ เขาจะรอดูที่ว่ากันว่าหลวงปู่จะเผาไม่ไหม้จะเป็นจริงมั้ย เขาก็เลยอยากพิสูจน์ แล้วก็เป็นจริง หนังท่านไหม้แต่กระดูกท่านยังไม่หลุด
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านละแวกวัดและประชาชนทั่วไปที่สนใจมั่นใจมากขึ้นว่าเป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อสุดเพราะท่านสำเร็จวิชาอยู่ยง
คงกระพันชาตรีศาสตร์ลี้ลับที่ทำให้สังขารของท่านไม่อาจเผาให้ไหม้หมดอย่างคนธรรมดาทั่วไปได้...
ปาฏิหารย์ยันต์ตะกร้อและเสือเผ่น
ตามประวัติของหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลง จ.สมุทรสาคาเจ้าตำรับยันต์ตะกร้อและเสือเผ่น ท่านเป็นชาวอำเภอพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดในตระกูลชาวนาในสมัยราชกาลที่ 5 ท่านบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 16 ปี ที่วัดกลางพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดไปแสวงหาวิชาและความรู้ในทางธรรมตามที่ต่างๆ จนกระทั่งได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกาหลง จนมรณภาพ
เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิตที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อและเสือเผ่นนั้นโด่งดังมากแม้แต่ ตี๋ใหญ่ ขุนโจรชื่อดังที่เขาลือกันว่าหนังเหนียวและแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ ตี๋ใหญ่ มีของดีคือมีผ้ายันต์กับตะกรุดของหวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใครๆ ลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้!
มีเรื่องเล่าถึงวันที่ ตี๋ใหญ่ สิ้นชื่อ คือวันนั้นก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว ตี๋ใหญ่ ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง แต่มาแล้วไม่พบหลวงพ่อจึงกลับออกมา ระหว่างที่รถวิ่งออกมาก็โดนถล่มจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ากี่นัด
จะเห็นว่าคนเราเมื่อดวงขาดมันก็ต้องมีอันเป็นไป และเหตุที่ตี๋ใหญ่มาหาหลวงพ่อสุดนั้นเป็นเพราะว่าพวงพระและตะกรุดของตี๋ใหญ่ หายไปก็เลยจะมาขอใหม่จากหลวงพ่อ จึงมาพบจุดจบในวันนั้น
หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์กับตะกรุดยังอยู่ ตี๋ใหญ่อาจจะยังไม่ตาย แต่ถึงอย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากพลังอำนาจจิตหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ เหนือกรรม ไม่ได้ สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็ต้องจบชีวิตลงท่ามกลางการสาปแช่งของผู้คน และใครจะรู้ว่านั้นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสุดกำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่
ก็ยังมีเรื่องเล่าถึงอดีตนาวิกโยธินคนหนึ่งที่ได้เครื่องรางของหลวงพ่อสุดไปเป็นเหรียญเสือเผ่นและรอยสัก ขณะที่รับราชการอยู่เขาถูกส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2519 แล้วโดนถล่มขณะอยู่บนรถจีเอ็มซี เพื่อนคนหนึ่งถูกยิงจนตาตุ่มหายไปทั้งแถบ ส่วนตัวเองถูกยิงห้านัด กระสุนเข้ากลางหลังตรงยันต์พอดี เสื้อทะลุเป็นรูแต่กระสุนกลับไม่เข้าเนื้อและไม่มีบาดแผลเพียงแต่เป็นรอยจ้ำๆ เท่านั้น
ส่วนอีกคนเป็นศิษย์หลวงพ่อสุดเหมือนกันคนนี้เป็นโรคที่ตา ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างการรักษาต้องฉีดยาเพื่อผ่าตัด เข้าใจว่าเป็นยาชา แต่พอฉีดเข็มฉีดยากลับไม่เข้าเนื้อ เพราะคนนี้หลวงพ่อสุดสักน้ำมันครอบไว้ ผลสุดท้ายต้องมานิมนต์หลวงพ่อสุดไปโรงพยาบาลเพื่อทำพิธีถอน คนป่วยจึงได้รับการฉีดยาและผ่าตัดเรียบร้อย
สรีระร่าง หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
ปัจจุบันทางวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูกของหลวงพ่อสุดบรรจุไว้ในโลงแก้ว ตั้งให้ประชาชนไปกราบนมัสการอยู่ที่ชั้นสอง ของศาลาการเปรียญภายในวัด ซึ่งทุกวันจะมีประชาชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสแวะเวียนไปกราบสรีระร่างของท่านไม่ขาดสาย |
| ราคาเปิดประมูล |
50 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
500 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
50 บาท |
| วันเปิดประมูล |
ส. - 26 ก.ย. 2569 - 13:12:17 น. |
| วันปิดประมูล |
อา. - 27 ก.ย. 2569 - 17:04:24 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
สรรพสิทธิโชค (901)  
|