| รายละเอียด |
พระสมเด็จพิมพ์พระประธานฐานบัว พิมพ์เล็ก หลวงพ่อกึ๋น วัดดอน ยานนาวา กรุงเทพฯพ.ศ.2489 มวลสารสมเด็จวัดระฆัง,ผงตะไบกริ่งฟ้าผ่า พิธีมหาพุทธาภิเษก 3 วะระ
๑. ข้อมูลที่น่าสนใจและปฏิปทาอันน่าเลื่อมใสของหลวงพ่อกึ๋น
หากจะกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ผู้มีเชื้อสายทวายที่มีตบะบารมีแก่กล้าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา นามของ พระครูกัลยาณวิสุทธิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันด้วยความเคารพรักว่า หลวงพ่อกึ๋น ย่อมสถิตอยู่ในใจของคนรุ่นเก่าอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย ท่านเป็นพระมหาเถระผู้มีปฏิปทาอันเรียบง่าย สมถะ สันโดษ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาอย่างไม่มีประมาณ ท่านปกครองวัดดอนยานนาวาด้วยพรหมวิหารธรรมมานานหลายทศวรรษ คำล่ำลืออันเป็นที่สุดของท่านคือ เรื่องของ "จิตตานุภาพ" และความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนากรรมฐาน มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า กระแสจิตของหลวงพ่อกึ๋นนั้นกล้าแข็งและบริสุทธิ์ยิ่งนัก จนแม้แต่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม ยังทรงให้ความนับถือในคุณธรรม และประทานความเป็นศิษย์-อาจารย์ใกล้ชิดร่วมกันจัดสร้างวัตถุมงคลมาแล้ว
๒. มวลสารที่ใช้จัดสร้าง: ความสำคัญอันโดดเด่นจากสองสิ่งวิเศษของแผ่นดิน
หัวใจและวิญญาณของพระเนื้อผง อยู่ที่มวลสารอันเป็นประธาน ในพระเครื่องชุดนี้ หลวงพ่อกึ๋นท่านได้หลอมรวม "สุดยอดของวิเศษ" สองสิ่งมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว สิ่งแรกคือ "ผงพระสมเด็จวัดระฆังเก่า" ซึ่งได้รับการส่งมอบมรดกผงพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์สืบมาจากองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และสิ่งทีสองอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ "ผงตะไบพระกริ่งฟ้าผ่าปี ๒๔๘๐" พระกริ่งในตำนานของวัดดอนที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงมาเป็นประธานเททองให้ ร่องรอยเศษโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมผสานอยู่ในเนื้อผงพุทธคุณเนื้อขาวนวลนี้ จึงทำให้องค์พระมีความโดดเด่น มีความเข้มขลังอัศจรรย์ เป็นเนื้อหาที่นักสะสมส่องแล้วหลงใหลในความซึ้งและแห้งเก่าตามธรรมชาติ
๓. เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่กล่าวขวัญ
เมื่อหลวงพ่อกึ๋นมรณภาพลง ปี พ.ศ.2507 พระจึงตกค้างอยู่ที่กุฏิท่าน ทางวัดดอนจึงนำไปเข้าพิธีปลุกเสกอีกครั้งในปี พ.ศ. 2516 พิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลวัดดอน รุ่นเสาร์5 ฤกษ์เสาร์ 5 ถึง 5 วัน 5 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน จนไปถึงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2516 โดยมีพิธีกรรมแบบเดียวกับการสร้างเหรียญจักรเพชรวัดดอน คือมีพิธีพราหมณ์และพุทธควบคู่กัน โดยในครั้งนี้ ได้มีพระเกจิเรืองนามผู้ทรงวิทยาคมชื่อดังทั่วประเทศมาร่วมอธิษฐานจิตปลุก เสกมากมายอาทิเช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี (ประธานในพิธี),หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์, หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี, หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง, หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง, หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช,พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา, หลวงพ่อสุด วัดกาหลง, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน,หลวงพ่อวงศ์ วัดปริวาศ, ครูบาวัง วัดบ้านเด่น, หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์ โก่งธนู, หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง, หลวงพ่อเส็ง วัดกัลยานิมิตร ฯลฯ ซึ่งนับว่าเป็นมหาพิธีพุทธาภิเษกครั้งยิ่งใหญ่ที่เข้มขลังด้วยพุทธคุณสูง ยิ่ง
๔. พิธีจัดสร้างและการปลุกเสกเดี่ยวอันเข้มขลัง
หลังจากที่หลวงพ่อกึ๋นท่านได้รวบรวมมวสารและกดพิมพ์พระด้วยมือภายในวัดดอนเสร็จสิ้นแล้ว ท่านได้กระทำพิธี "ปลุกเสกเดี่ยว" ภายในกุฏิตลอดพรรษาอัดประจุพุทธาภิเษกด้วยมนต์คาถาและสมาธิภาวนา จนพระเครื่องทุกองค์มีกระแสพลังจิตเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะออกไปคุ้มครองป้องภัยและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชน
๕. มหาพิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการ ๓ วาระ
ความยิ่งใหญ่ของพระรุ่นนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การปลุกเสกเดี่ยว ทว่าหลวงพ่อกึ๋นท่านยังได้นำพระผงชุดนี้เข้าสู่ "พิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่ถึง ๓ วาระ" เพื่อความสมบูรณ์แบบตามตำราโบราณ:
วาระที่ ๑ (ปี ๒๔๘๙): จัดพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดดอน เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน โดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศมาร่วมบริกรรมคาถา
วาระที่ ๒ (ปี ๒๕๐๐): นำพระชุดนี้เข้าสมทบใน พิธี ๒๕ พุทธศตวรรษ ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม และท้องสนามหลวง ซึ่งจัดเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
วาระที่ ๓: พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ภายในวัดดอนเพิ่มเติมในยุคต่อมา
รายนามพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมระดับประเทศที่ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก (รวมทั้ง ๓ วาระ) มีดังต่อไปนี้:
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี (สุดยอดพระเกจิสายวิปัสสนา)
หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก (พระทองคำแห่งอยุธยา)
หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม (เทพเจ้าแห่งนครปฐม)
พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน (เทวดาเมืองใต้)
หลวงพ่อลี วัดอโศการาม (สายกรรมฐานองค์สำคัญ)
หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช
หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง
พระญาณโพธิ วัดสุทัศน์ฯ
หลวงพ่อโอด วัดจันเสน
หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก
หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ
หลวงพ่อทองอยู่ วัด ใหม่หนองพระองค์
หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม
พระใบฎีกาคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน
หลวงพ่อสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ชุมพร
พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
พระครูภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อจรัญ) วัดอัมพวัน
พระราชญาณเวที วัดขันเงิน
หลวงพ่อดำ วัดตุยง
หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส
หลวงพ่อผ่าง จ.ขอนแก่น
หลวงพ่อวงษ์ วัดปริวาส
เจ้าอธิการฉ้อย วัดด่าน
พระอาจารย์ท่านพ่อเจ้าคุณมงคลสภิต แห่งกรุงไพลิน พระตะบอง คณาจารย์เรืองนามทิศตะวันออก
พระ อาจารย์สุดจินดา แห่งนครเชียงตุง อุดรทิศแห่งสยามประเทศ คณาจารย์ เรืองวิทยาทิศเหนือ
พระอาจารย์ศิริรัตนาภรณ์ แห่งวัดนารานุสรณ์ ฝั่งแม่น้ำเมียวดี สุดเขตพุกามประเทศ คณาจารย์เรืองวิทยาทิศตะวันตก
พระ อาจารย์สว่าง ผู้ทรงอาคมขลังแห่งจังหวัดสุรินทร์ คณาจารย์เรืองวิทยาทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ
๖. ประสบการณ์และเรื่องเล่าจากเหตุการณ์จริง
ในอดีตผู้ที่ได้รับมอบพระพิมพ์รุ่นนี้ไป มักเป็นชาวบ้านในแถบยานนาวาและฝั่งธนบุรี มีเรื่องเล่าขานกันว่า มีพ่อค้าจีนในย่านเจริญกรุงตกอยู่ในสภาวะสิ้นเนื้อประดาตัวจากพิษเศรษฐกิจหลังสงคราม ได้มากราบหลวงพ่อกึ๋นและรับพระผงพิมพ์นี้ไปบูชา หลังจากนั้นไม่กี่เดือน กิจการค้าขายกลับพลิกฟื้นรุ่งเรืองขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ ดั่งองค์พระปรกโพธิ์ที่ให้ความร่มเย็นและงอกงามใหม่ จนกลายเป็นเรื่องโจษจันในหมู่ชาวไทยเชื้อสายจีนตราบจนปัจจุบัน
๗. คาถาอาราธนา
สำหรับผู้ที่มีบุญวาสนาได้ครอบครองพระเครื่องรุ่นนี้ การอาราธนาให้ใช้คาถา "วันทามิ โพธิรุกขัง" หรือตั้งนะโม ๓ จบ แล้วตามด้วยคาถาหัวใจพุทธคุณ:
"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ" (คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า เพื่อหนุนนำความเป็นสิริมงคลสูงสุด)
เกร็ดน่ารู้ : พระผงวิเศษปี ๒๔๘๙ ของหลวงพ่อกึ๋นชุดนี้ ถูกบรรจุและซ่อนตัวอยู่ในกรุใต้ฐานพระประธานมายาวนานหลายสิบปี จนกระทั่งมีพิมพ์หนังสือเปิดกรุออกมา จึงนับเป็น "พระหลักร้อย พุทธคุณหลักล้าน" ที่เพชรแท้ยังคงรอวันประกายแสงในใจของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง |