| ชื่อพระเครื่อง |
พระ พิมพ์ปิดตา (พิมพ์หายาก ) เจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ สร้างจากเนื้อดินหุ่นหรือดินไทย ที่เหลือจากพิธีการสร้างหล่อรูปเหมือนสมเด็จโต เมื่อพิธีใน ปี ๒๕๐๐ |
| รายละเอียด |
พระ พิมพ์ปิดตา (พิมพ์หายาก ) เจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ สร้างจากเนื้อดินหุ่นหรือดินไทย ที่เหลือจากพิธีการสร้างหล่อรูปเหมือนสมเด็จโต เมื่อพิธีใน ปี ๒๕๐๐
ท่านเจ้าคุณเที่ยง หรือ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นพระมหาเถระที่มีปฏิปทาเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยความรู้ ท่านตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีจนสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย คือ เปรียญธรรม 9 ประโยค แม้ภายนอกท่านจะมีสมณศักดิ์สูงและเป็นพระนักวิชาการ (ป.ธ.9) แต่ในสายหมู่สงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรมล่ำลือกันว่า ท่านเป็นพระที่มี "พลังจิตสูงและมีฤทธิ์ทางใจ" ท่านมักจะสอนลูกศิษย์เสมอว่า "นั่งสมาธิให้ใจสงบ... จากนั้นให้สวดชินบัญชรด้วยหัวใจ ชัดถ้อยชัดคำ สติมาปัญญาจะเกิดเอง" ซึ่งผู้ที่ไปกราบท่านมักจะสัมผัสได้ถึงความเย็นใจและเมตตาจิตที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน ตอนท่านเดินทางมาจากโคราชเพื่อศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ ท่านได้รับความเมตตาและอุปถัมภ์จาก หลวงปู่นาค วัดระฆัง เป็นพิเศษ ทำให้ท่านได้ซึมซับทั้งวิชาความรู้ การลบผงพุทธคุณ และแนวทางการปฏิบัติตามสายวัดระฆังมาอย่างเต็มที่ ท่านเจ้าคุณเที่ยงได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2564 สิริอายุรวม 85 ปี พรรษา 63
พระสมเด็จเนื้อดินของท่านเจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังโฆสิตาราม สร้างขึ้นจากทั้ง "ดินหุ่น" และ "ดินไทย" ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันครับ โดยในทางเทคนิคและประวัติการสร้างวัตถุมงคล มวลสารหลักนี้เรียกเต็ม ๆ ว่า ดินหุ่นหล่อพระ หรือ ดินไทยโบราณ ซึ่งเป็นดินศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือจากพิธีเททองหล่อรูปเหมือนองค์ใหญ่ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังโฆสิตาราม นำมาจัดสร้างพระสมเด็จเนื้อดินปั้นหุ่น มีความเข้มข้นและเปี่ยมด้วยพุทธคุณสูงมาก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มมวลสารหลัก ดังนี้
1. ดินหุ่นหล่อพระ (มวลสารหลักของเนื้อดิน)
ดินไทยโบราณ: เป็นดินที่ขุดขึ้นมาตามกรรมวิธีโบราณเพื่อนำมาพอกทำหุ่นเบ้าเททองหล่อรูปเหมือนองค์ใหญ่ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ความศักดิ์สิทธิ์: ดินนี้ผ่านพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีเททองหล่อพระอันศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว ท่านเจ้าคุณเที่ยงท่านเสียดายดินเบ้าที่ถูกทุบออกมา จึงให้ลูกศิษย์รวบรวมนำมาบดเป็นมวลสารตั้งต้น
2. ชิ้นส่วนพระแตกหักและผงเก่าสายวัดระฆัง
เศษพระสมเด็จวัดระฆังยุคแรก: ชิ้นส่วนพระสมเด็จที่แตกหักชำรุด ซึ่งตกทอดมาภายในวัด
เศษพระปิลันท์ (พระพุทธบาทปิลันท์): พระเครื่องเนื้อผงใบลานเผาที่สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ
ชิ้นส่วนพระกรุเนื้อดินเก่า
3. ผงวิเศษและผงพุทธคุณสูตรวัดระฆัง
ผงวิเศษ 5 ประการ: ได้รับมอบมาจาก หลวงปู่นาค และ หลวงปู่หิน วัดระฆัง ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน ประกอบด้วย:
o ผงปถมัง: เด่นด้านคงกระพันชาตรี
o ผงอิทธิเจ: เด่นด้านเมตตามหานิยม
o ผงมหาราช: เด่นด้านมหาอำนาจและการคุ้มภัย
o ผงพุทธคุณ: เด่นด้านเกื้อหนุนดวงชะตา
o ผงตรีนิสิงเห: เด่นด้านกันคุณไสยและสิ่งอัปมงคล
4. ชนวนมวลสารจากการบูรณะวัด
ปูนผนังพระอุโบสถเก่า: ปูนและสีที่กระเทาะออกมาจากผนังพระอุโบสถหลังเก่าของวัดระฆังฯ ที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำวัตรเช้า-เย็นของพระสงฆ์มานานนับร้อยปี
มวลสารทั้งหมดนี้ถูกนำมาคลุกเคล้า กดพิมพ์ แล้วนำไปผ่านกรรมวิธีเผาไฟ จนได้พระสมเด็จเนื้อดินที่มีวรรณะสีน้ำตาลเข้ม สีเขียวมอย ไปจนถึงสีดำเกรียม ซึ่งเพียบพร้อมด้วยพุทธคุณครบทุกด้านครับ
พระสมเด็จเนื้อดินปั้นหุ่น (ดินไทย) ของท่านเจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังฯ จัดสร้างขึ้นผ่านพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ของวัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อปี พ.ศ. 2507 โดยเป็นการปลุกเสกตามแบบแผนโบราณสูตรวัดระฆังฯ ที่มีความเข้มขลังและยิ่งใหญ่มากในยุคนั้น ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกภายใน พระอุโบสถวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประวัติศาสตร์ที่องค์สมเด็จโตใช้ปลุกเสกพระสมเด็จในอดีตมีรายละเอียดของพิธีกรรมและรายนามพระเกจิอาจารย์ดังนี้
หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม (พระครูปริยัติคุณูปการ): พระอาจารย์ใหญ่สายวัดระฆังฯ ผู้สืบทอดวิชาและมวลสารผงวิเศษสูตรสมเด็จโต ท่านเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการอธิษฐานจิต
หลวงปู่หิน วัดระฆังโฆสิตาราม: ยอดพระเกจิผู้เชี่ยวชาญด้านลบผงพุทธคุณและมีจิตตานุภาพสูง พระเครื่องของท่านโด่งดังด้านคงกระพันและความแคล้วคลาด
ท่านเจ้าคุณเที่ยง วัดระฆังโฆสิตาราม (ขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครูปลัดวิริยวัฒน์ / พระเทพวิสุทธิเมธี): ในฐานะผู้จัดสร้างและเจ้าตำรับมวลสารดินหุ่นโบราณ ร่วมสวดมนต์และนั่งปรกคุมพิธี
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี: ยอดพระเกจิแห่งยุคกึ่งพุทธกาล ผู้ทรงจิตตานุภาพสูงและมักได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีใหญ่ของวัดระฆังฯ อยู่เสมอ
หลวงพ่อไพฑูรย์ วัดโพธินิมิต: พระเถราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตตภาวนาและวิทยาคม และเป็นสหธรรมิกที่มีความสนิทสนมกับสายวัดระฆังฯ
หลวงพ่อสุพจน์ วัดสุทัศนเทพวราราม: เจ้าตำรับผงพุทธคุณและผู้สืบทอดวิชาการสร้างพระเนื้อผงตามตำรับวัดสุทัศน์ฯ
หลวงพ่อเฮง วัดกัลยาณมิตร: พระเกจิชื่อดังแห่งฝั่งธนบุรี ผู้มีวิทยาคมเข้มขลังในยุคนั้น
หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ (จ.สุพรรณบุรี): หนึ่งในยอดเกจิแห่งเมืองสุพรรณ ผู้เรืองวิทยาคมและเป็นที่เลื่อมใสในพิธีพุทธาภิเษกขนาดย่อมและใหญ่ทั่วประเทศ
หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม (จ.นครนครปฐม): (ได้รับนิมนต์ตามทำเนียบพระเกจิยอดนิยมยุค 2500) เทพเจ้าแห่งเมืองนครปฐม ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีและพลังจิตสูงส่ง
หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม (จ.นครปฐม): ยอดเกจิผู้มีชื่อเสียงโด่งดังด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดปลอดภัย
ด้วยเหตุที่พิธีนี้มี "หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี" และพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยระดับประเทศ เดินทางมาร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์และนั่งปรกประจุพุทธคุณร่วมกับสายวัดระฆังฯ โดยตรง จึงทำให้พระสมเด็จเนื้อดินปั้นหุ่นปี 2507 ของท่านเจ้าคุณเที่ยงรุ่นนี้ มีความเข้มขลัง ครบเครื่องทั้งด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และมหาอุดอย่างแท้จริง
คำเล่าลือด้านประสบการณ์วัตถุมงคล (เนื้อดินหุ่นปี 2507)
เนื่องจากพระสมเด็จเนื้อดินปั้นหุ่นรุ่นนี้ เจตนาเดิมคือสร้างเพื่อ "แจกให้กับลูกเสือชาวบ้าน ทหาร และข้าราชการ" ในยุคนั้น ทำให้มีประสบการณ์เชิงประจักษ์ถูกพูดถึงบ่อย ๆ ดังนี้
แคล้วคลาด-มหาอุดเด่นชัด: ประสบการณ์หลักที่ถูกกล่าวขานคือเรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุร้ายแรง รถคว่ำ รถชน แต่ผู้ที่ห้อยพระสมเด็จเนื้อดินของท่านกลับรอดตายราวปาฏิหาริย์ รวมถึงเรื่องเมตตามหานิยมในการเข้าหาผู้ใหญ่ ข้าราชการยุคเก่าจึงนิยมอาราธนาพกติดตัวกันมาก
ต่างชาติกว้านซื้อบูชา: มีคำล่ำลือในวงการพระเครื่องว่า ในช่วงปีหลัง ๆ ก่อนท่านละสังขาร มีใบสั่งและผู้นิยมพระเครื่องจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง เดินทางเข้ามาที่วัดระฆังฯ เพื่อกว้านเช่าซื้อพระของเจ้าคุณเที่ยงกลับประเทศไปเป็นจำนวนมาก เพราะพวกเขานับถือและนำไปบูชาแล้วเกิดโชคลาภ ค้าขายรุ่งเรือง จนทำให้พระเครื่องของท่านเริ่มหายากขึ้นเรือง ๆ
บทอาราธนาพระเครื่อง (สายวัดระฆังฯ ยอดนิยม) นะโม 3 จบ
"อิมัง กายะพันธะนัง อะธิฏฐามิ"
"ทุติยัมปิ อิมัง กายะพันธะนัง อะธิฏฐามิ"
"ตะติยัมปิ อิมัง กายะพันธะนัง อะธิฏฐามิ" |
| ราคาเปิดประมูล |
100 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
300 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
50 บาท |
| วันเปิดประมูล |
พ. - 07 ต.ค. 2569 - 12:10:12 น. |
| วันปิดประมูล |
พฤ. - 08 ต.ค. 2569 - 12:28:36 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
เกื้อหนุน (3.1K)  
|