| ชื่อพระเครื่อง |
มเด็จหลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ พิมพ์สังฆาฏิ จ.นครพนม ปี 2500 เนื้อหามวลสารดีมากๆ เนื้อจากมีเนื้อผงเก่าพระสมเด็จบางขุนพรหม ผสมอยู่ด้วย และผงโสฬลท่าดอกเจ้าอันโด่งดัง พระที่จัดสร้างในชุดนี้มีมวลสารประกอบ |
| รายละเอียด |
มเด็จหลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ พิมพ์สังฆาฏิ จ.นครพนม ปี 2500
เนื้อหามวลสารดีมากๆ เนื้อจากมีเนื้อผงเก่าพระสมเด็จบางขุนพรหม ผสมอยู่ด้วย และผงโสฬลท่าดอกเจ้าอันโด่งดัง พระที่จัดสร้างในชุดนี้มีมวลสารประกอบด้วยกันหลายอย่างเช่น
มเด็จรุ่นนี้มีผงบางขุนพรหม และ ผงโสฬสมหาพรหมของญาครูสีทัตผู้เป็นอาจารย์ของท่าน ผงโสฬสมหาพรหมนี้มีความศักดิ์สิทธิ์สูงมากและยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถสร้างขึ้นได้อีกเลย ขนาดหลวงปู่ฝั้นยังก้มลงกราบทันทีที่เห็นผงนี้เรื่องประสบการณ์ความอัศจรรย์มีมากมาย โดยเฉพาะกับผู้บูชาติดตัวที่เป็นนักปฏิบัติํรรม
หลวงปู่จันทร์ ท่านเป็นพระแท้ที่มีอัศจรรย์มากมาย คนในพื้นที่รู้ดีและเคารพนับถือท่านมาก มีเรื่องที่เล่ากันในกลุ่มศิษย์เกียวกับยมบาล
เรื่องนี้เกิดขึ้นสมัยที่ท่านเจ้าคุณปู่ฯ (หลวงปู่จันทร์ เขมิโย) ยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสีลสัมบัน ท่านได้กล่าวว่า เวลากลางคืนวันหนึ่ง ขณะที่ท่านนอนเล่นอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบที่หน้ามุขกุฏิหลังเดิมซึ่งถูกรื้อไปแล้ว ท่านต้องตกใจตื่นขึ้นเมื่อท่านได้มองเห็นร่างอสุกายตนหนึ่งยืนตระหง่านจ้องมองท่านอยู่
ท่านจึงเดินเข้าไปในกุฏิแล้วปิดประตูเสีย แล้วเดินเข้าห้องส่วนตัวไหว้พระสวดมนต์ แล้วนั่งเจริญเมตตาภาวนาต่อจากนั้นก็นั่งสมาธิ
ขณะนั้นเองอสุรกายตนนั้นก็เดินเข้ามาหาท่านภายในห้อง ท่านจึงเอ่ยถามอสุรกายตนนั้นขึ้นก่อนว่า คุณเป็นใคร มาจากไหน มาทำไม มีธุระอะไรหรือจึงมาพบฉัน อสุรกายตนนั้นตอบว่า ผมเป็นยมบาลมาจากยมโลก มาเพื่อจะจับเอาคนที่หนีนรกมาเกิด ท่านจึงถามยมบาลว่า คนที่วัดที่หนีนรกมาเกิดเป็นใคร
ยมบาลตอบว่า คนที่วัดที่หนีนรกมาเกิดนั้นเป็นสามเณรสุ ท่านจึงกล่าวว่า สามเณรสุมีอายุได้ ๑๖ ปี บรรพชาเป็นสามเณรได้ ๒ ปีแล้ว
ท่านกล่าวว่าจะหนีนรกมาเกิดได้อย่างไร ยมบาลตอบว่า หนีมาเกิดได้เพราะวันเวลาในโลกมนุษย์กับนรกแตกต่างกันมาก นี่ก็เพิ่งจะหนีมา ผมจึงได้ติดตามมา และยังกล่าวหาท่านว่า ท่านบวชคนผิด ท่านได้ตอบยมบาลว่าตนได้รับการแต่งตั้งเป็นอุปัชฌย์ถูกต้องตามกฏหมาย จากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ให้บรรพชา อุปสมบทแก่กุลบุตรได้ทั่วราชอาณาจักร จะมาพูดกล่าวหาว่าฉันบวชคนผิดได้อย่างไร ยมบาลตอบว่าท่านผิดแน่นอน เพราะท่านบวชคนของผมที่หนีมาจากนรก ผมตามมาทันจะต้องนำกลับไปเดี๋ยวนี้
ท่านเจ้าคุณปู่ฯ เล่าต่อไปว่า เมื่อท่านได้ยินยมบาลพูดกล่าวหาท่าน ทั้งยังยืนยันว่าท่านเป็นคนผิดนั้น จึงตอบเขาว่า ถ้าฉันผิดจริงตามข้อกล่าวหาแล้ว ก็จงไปแจ้งนายอำเภอสิ ยมบาลตอบว่า ผมเป็นใหญ่กว่านายอำเภอ ถ้าเช่นนั้นก็ไปแจ้งข้าหลวงสิ ยมบาลตอบว่า ผมเป็นใหญ่กว่าข้าหลวง ท่านจึงกล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จงไปฟ้องสมเด็จพระสังฆราชเจ้าสิ ยมบาลตอบว่า ผมเป็นใหญ่กว่าสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ท่านจึงกล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จงไปฟ้องพระเจ้าแผ่นดินสิ ยมบาลตอบว่า ผมเป็นใหญ่กว่าพระเจ้าแผ่นดิน
เพราะผมเป็นยมทูตมาจากนรก ต้องการนำสามเณรสุกลับไป ทั้งได้กล่าวต่อไปอีกว่าท่านได้บวชคนผิด บวชคนโทษที่ไม่ได้รับอนุญาต ท่านเป็นอุปัชฌาย์ ก่อนจะบวชคนทำไมไม่สอบสวนให้แน่นอนเสียก่อน ท่านตอบยมบาลว่า ก็เมื่อเขาเกิดมาเป็นคนแล้วก็เป็นเรื่องของคน ฉันก็เห็นเขาเป็นคนแล้วจึงให้บวช เพราะฉันไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์ในเมืองผีนี่และได้ถามยมบาลไปว่า เมื่อคุณเห็นว่าเขาหนีมาเกิดจริงแล้ว คุณมีหลักฐานอะไรมาแสดงให้ดูบ้าง ก่อนที่คุณจะนำตัวสามเณรสุกลับไป
ท่านเจ้าคุณปู่ฯ กล่าวต่อไปว่า เมื่อท่านถามหาหลักฐานเช่นนั้น ยมบาลก็ล้วงเอากระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งออกมา แล้วสลัดกระดาษนั้น สองสามครั้งก็ปรากฎว่ามีรูปสามเณรสุนั้นติดอยู่ในกระดาษสีเหลืองแผ่นนั้น ยมบาลจึงชี้ให้ดูตำหนิปานสีดำใต้คางแห่งหนึ่ง ที่ใต้รักแร้ทั้งสองข้างแห่งหนึ่ง เมื่อท่านได้เห็นตำหนิปานอันเป็นหลักฐานแล้ว หลวงปู่ฯ จึงพูดขอชีวิตสามเณรสุต่อยมบาลไว้ว่า ไหน ๆ เขาก็เกิดมาเป็นคนและได้บรรพชาเป็นสามเณรประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ก็จงอนุญาตให้เขาอยู่ในเพศนี้ต่อไป
ยมบาลบอกท่านว่า ถึงแม้ท่านจะขอชีวิตสามเณรสุไว้ ผมก็อนุญาตไม่ได้ เพราะสามเณรสุยังไม่สิ้นกรรม จะต้องเสวยวิบากกรรมชั่วที่ได้ทำไว้ในอดีตอีกต่อไป จนกว่าจะหมดวิบากกรรมชั่วนั้น การที่ผมมาพบท่านครั้งนี้ก็เพื่อจะแจ้งให้ท่านทราบเท่านั้น หากผมจะนำตัวสามเณรสุไปตามอำนาจของผม โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบก็ทำได้ แต่ผมไม่ทำเพราะมีความเกรงใจท่าน เพราะฉะนั้นผมจึงต้องนำตัวสามเณรสุกลับไปเสวยวิบากกรรมชั่วต่อไปอย่างแน่นอน เมื่อยมบาลพูดเช่นนั้นแล้วก็กราบลาหายตัวไป
ในเวลาก่อนเพลของคืนวันที่อสุรกายหรือยมบาลปรากฎตัว ได้พูดโต้ตอบกับเจ้าคุณปู่ฯ นั้น สามเณรสุรู้สึกไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้ว แต่วันนั้นนึกอยากจะฉันลูกกระท้อนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดหาลูกกระท้อนในวัดมาฉันกับน้ำปลาร้ากับเพื่อนสามเณร ขณะฉันก็รู้สึกว่าอร่อยมากที่เดียว ฉันได้มากกว่าเพื่อนสามเณรด้วยกัน ครั้นเมื่อถึงกลางคืนประมาณ ๒ นาฬิกา รู้สึกปวดท้องอย่างแรงจึงรีบเข้าห้องน้ำ ปรากฎว่าท้องเดินอย่างรุนแรง ถ่ายท้องจนหมดเรี่ยวแรง ร้องครวญครางอยู่ภายในห้องพัก พอดีพระภิกษุปกครองซึ่งอยู่ห้องถัดไปตื่นขึ้นจึงเข้ามารักษาพยาบาลก่อน ครั้นเห็นอาการหนักมาก จึงเข้าไปกราบเรียนเจ้าคุณปู่ฯ เวลาประมาณ ๔ นาฬิกา
ท่านเจ้าคุณปู่เมื่อทราบเรื่อง ก็รีบจุดเทียนเดินไปดูและสั่งให้หายามาตามแต่จะหาได้เพราะยาสมัยนั้นเป็นของหายาก ท่านเจ้าคุณปู่ฯได้เอาเทียนส่องดูตามร่างกายของสามเณรสุผู้ป่วยก็มีปานสีดำเป็นจุดที่พอสังเกตได้ที่ไต้คาง แต่ที่ใต้รักแร้ทั้งสองข้างก็เป็นปานสีดำเห็นได้ชัดเจน ตรงตามที่ปรากฎอยู่ในรูปภาพอันยมบาลชี้ให้ดูในกระดาษสีเหลืองทุกประการ ส่วนสามเณรสุนั้นก็มีอาการไม่ดีขึ้นมีแต่ทรุดลงตามลำดับ จนกระทั่ง ๕ นาฬิกา สามเณรสุก็มรณภาพ
เมื่อสามเณรสุมรณภาพลง ท่านเจ้าคุณปู่ฯ ก็ให้จัดบำเพ็ญกุศล และได้เล่าเรื่องราวข้างต้นนี้ให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนให้ฟังโดยทั่วกัน การที่ยมบาลจะติดตามมาเอาวิญญาณของสัตว์นรกที่เสวยวิบากกรรมชั่วที่ยังไม่หมดแต่หลบหนีมาเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมมีอำนาจสิทธิ์สามารถกระทำได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวหรือขออนุญาตแต่ประการใดเลย เพราะยมบาลนั้นมีอำนาจมากอยู่เหนือสิ่งใดทั้งหมด แต่สำหรับกรณีสามเณรสุผู้อยู่ภายใต้ปกครองของท่านเจ้าคุณปู่ฯ ยมบาลก็ไม่จับเอาไปโดยพลการของตน ยังต้องมาบอกกล่าวให้ท่านทราบเสียก่อน ย่อมเป็นเครื่องแสดงให้ทราบว่า ยมบาลยังมีความเคารพในคุณธรรมของท่านเจ้าคุณปู่ฯอยู่และท่านเจ้าคุณปู่ฯจะมีบุญวาสนาบารมีสูงส่งอย่างไรนั้น ย่อมเป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจของท่านผู้ที่เข้าใกล้คบหาสมาคมกับท่านเป็นอย่างดี จึงฝากขอให้ท่านผู้มีวิจารณญาณได้พิจารณาไตร่ตรองเองเถิด
สมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ เนื้อ ผงโสฬส หลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ จ.นครพนม ปี 2500 ...สุดยอดมวลสาร
พระสมเด็จ สมเด็จพิมพ์สังฆาฏิ ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพฯ นครพนม ปี ๒๕๐๐ เป็นพระชุดเนื้อผงโสฬสของหลวงปู่จันทร์ สร้างไว้ ประมาณ ๑๗ พิมพ์
(ข้อมูลเท่าที่ทราบ หรืออาจมีมากกว่า) ได้แก่
๑.สมเด็จพิมพ์ใหญ่
๒.สมเด็จพิมพ์ใหญ่(ทรงคะแนน)
๓.สมเด็จพิมพ์สังฆาฏิ
๔.สมเด็จพิมพ์อกร่อง ๙ ชั้น พิมพ์ใหญ่
๕.สมเด็จพิมพ์อกร่อง ๙ ชั้น พิมพ์เล็ก
๖.สมเด็จพิมพ์นาคปรกใหญ่
๗.สมเด็จพิมพ์นาคปรกเล็ก
๘.สมเด็จพิมพ์เกลียวเชือก
๙.สมเด็จพิมพ์โภคทรัพย์ (ถือลูกแก้ว) หลังเรียบ
๑๐.สมเด็จพิมพ์โภคทรัพย์ (ถือลูกแก้ว) หลังร่อง (หนังสือ)
๑๑.สมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ฐานสิงห์ ๑ ชั้น ใบโพธิ์ ๒๑ ใบ
๑๒.สมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ฐานสิงห์ ๓ ชั้น ใบโพธิ์ ๒๐ ใบ
๑๓.เนื้อผงพิมพ์นางพญา(พิมพ์ใหญ่)
๑๔.เนื้อผงพิมพ์นางพญา(พิมพ์เล็ก)
๑๕.เนื้อผงพิมพ์สังกัจจายณ์
๑๖.เนื้อผงพิมพ์นางกวักใหญ่ (หันข้าง)
๑๗.เนื้อผงพิมพ์นางกวักเล็ก (หน้าตรง)
- ซึ่งพระเนื้อผง ของหลวงปู่ จะออกสีขาวอมเหลืองนวลอ่อนๆ มีทั้งเคลือบยางไม้ และไม่เคลือบยางไม้ ให้พิจารณามวลสารและความเก่าตามอายุ
- พระชุดเนื้อผง หลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม นครพนม ปี ๒๕๐๐ เนื้อหามวลสารดีมาก ๆ ผสมมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผงพุทธคุณ, น้ำมันงาเสก, ผงบางขุนพรหม และ ผงโสฬสมหาพรหม ของหลวงปู่ศรีทัต พระอาจารย์ของท่าน เนื่องจากมีเนื้อพระสมเด็จบางขุนพรหมที่แตกหัก และผงโสฬสมหาพรหม หลวงปู่ศรีทัต วัดท่าดอกแก้ว อ.ท่าอุเทน อันโด่งดัง ผสมอยู่ด้วย
พระที่จัดสร้างในชุดนี้มีมวลสารประกอบด้วยกันหลายอย่าง อาทิ ฯ
๑.ผงพุทธคุณ ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย
๒.น้ำมันงาเสก ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย
๓.ผงของพระสมเด็จบางขุนพรหม
๔.ผงโสฬสมหาพรหม ของหลวงปู่ศรีทัต พระอาจารย์ของท่าน
(โสฬสมหาพรหมชนิดเดียวกับพระชุดผงโสฬสมหาพรหม หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ) ขั้นตอนการลบผงโสฬสมหาพรหม นี้ หลวงปู่ศรีทัต ได้ใช้เวลาในการสร้างถึง 1 ปี การลงผงโสฬสนั้นต้องลงด้วยอักขระตัวขอม เป็นกลยันต์โดยภาวนาจากจากตัวต้นจนถึงตัวสุดท้าย ผูกสลับเป็นกลยันต์ 16 มุมในแต่ละมุมแบ่งเป็น 16 ชั้น แต่ละชั้นลงอักขระ 16 ช่อง อักษรในแต่ละตัวแต่ละช่อง ต้องลบถม เรียกสูตร 16 คาบ ผูกอธิษฐานเสกครบถือเป็น 1 ครั้งและต้องทำแบบเดียวกันครบ 16 ครั้ง แล้วรวบรวมผงที่เสกทั้ง 16 ครั้งมาอธิษฐานจิตตามตำราจนครบถ้วนตามฤกษ์แล้วจึงนำผงมาลูบในกระดานบังเกิด เป็นอักขระยันต์โสฬสมหาพรหมโดยไม่ได้เขียนจึงจะถือว่าสำเร็จสมบูรณ์ใช้ได้ผง ที่ได้นี้ครบตามสูตร เชื่อกันว่าเทพเทวะทั้ง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 14 บาดาล21 ชั้นพรหมต่างๆ ทุกพระองค์ จะลงมาอนุโมทนาอำนวยพรให้ผงวิเศษนี้ ..ผู้ที่บูชาพระพิมพ์ชุดนี้ติดตัวต่างประสบกับเหตุอัศจรรย์ต่างๆมากมายอันเป็นผลเนื่องมาจากพุทธคุณที่ มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม.....เรียกว่าพุทธคุณครอบจักรวาล
- จากข้อสันนิษฐาน พระชุดเนื้อผง ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย น่าจะแบ่งเป็น สองยุค เนื้อโดยทั่วๆ จะเป็นสีขาวอมเหลืองผสมผงโสฬสมหาพรหมและผงแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหม ยุคแรก เนื้อจะแกร่ง แก่ผงโสฬสฯและผสมผงสมเด็จบางขุนพรหม ด้านหลังและขอบข้างจะมีรอยแต่ง (คล้ายๆรอยฝน หรือถูกับกระดาษทรายหรืออะไรสักอย่างเพื่อความสวยงาม ยุคหลัง เนื้อจะอ่อนกว่ายุคแรก...สาเหตุน่าจะมาจากการผสมเนื้อพระก่อนกดพิมพ์...สัดส่วนของน้ำมนต์ที่ผสม..คงจะมากไป จึงทำให้เนื้อพระอ่อนและมีรอย ราน โดยทั่วไป...และจะไม่มีการตกแต่งองค์พระ จะสังเกตุเห็นมีเนื้อเกิน ในด้านหลังของพระบางองค์...จึงมีการนำยางไม้มาเคลือบองค์พระไว้เพื่อรักษาสภาพพระ แต่ละยุคน่าจะห่างกันไม่มาก ช่วงปี ๒๔๙๗ - ปี ๒๕๐๐ ซึ่งทันหลวงปู่จันทร์ ปลุกเสกทั้งสิ้น....พระเนื้อผงชุดนี้ เป็นพระที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ทั้งเจตนาในการสร้าง และมวลสาร ที่ผสมในองค์พระ อีกที้งในปัจจุบัน ยังพอหาเช่าบูชาได้ในราคาที่ไม่แพงนัก...ซึ่งเหรียญรูปเหมือนของหลวงปู่จันทร์ มี สามรุ่น รุ่น หนึ่ง สร้าง ปี ๒๕๐๐ สวยๆ ราคาหลักแสน รุ่น สองสร้าง ปี ๒๕๑๒ (สร้าง ๒๕๑๒ เหรียญ) ราคา หลักหมื่น ต้นๆ ถึงหมื่นกลาง ส่วนรุ่นสาม มี สามพิมพ์ ๑. ยันต์เต็ม (ยันต์วัด) ๒.ยันต์ขาด ๓.ยันต์พุทธสมาคม.... รุ่นสาม ยันต์เต็ม (ยันต์วัด) (นิยม)ราคาจะแพงที่สุด หลักพันกลาง ถึงหลัก หมื่นต้นๆ(ราคาขยับขึ้นเรื่อยๆ)....หากหาพระเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ไม่ได้ ลองหาพระเนื้อผงดูนะครับ พุทธคุณ พึ่งได้แน่นอน ครับ....การแขวนพระของหลวงปู่มีข้อแม้ว่า...ห้ามแขวน รวมเสมอกับพระครูบาอาจารย์ (หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์... |
| ราคาเปิดประมูล |
10 บาท |
| ราคาปัจจุบัน |
150 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!) |
| เพิ่มขึ้นครั้งละ |
10 บาท |
| วันเปิดประมูล |
พฤ. - 15 ต.ค. 2569 - 09:30:11 น. |
| วันปิดประมูล |
พฤ. - 22 ต.ค. 2569 - 08:38:37 น. (ปิดประมูลแล้ว) |
| ผู้ตั้งประมูล |
nakornyong (9K) (3)  
|